⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3784/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3784/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ขายตกลงขายทรัพย์สินแก่ผู้ซื้อแล้วได้รับชำระราคาแล้ว แต่ภายหลังกลับเปลี่ยนใจไม่ยอมส่งมอบทรัพย์สินและไม่คืนเงินให้แก่ผู้ซื้อ ถือเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยตกลงจะขายข้าวโพดให้แก่ผู้เสียหายและผู้เสียหายได้จ่ายเงินค่าข้าวโพดให้จำเลยไปแล้ว แต่ครั้นผู้เสียหายจะไปรับมอบข้าวโพด จำเลยบอกว่าไม่ขายข้าวโพดให้ผู้เสียหายและไม่ยอมให้นำข้าวโพดไป ผู้เสียหายทวงเงินคืน จำเลยบอกว่าไม่มีเงินคืนให้เช่นนี้ เป็นเรื่องจำเลยตกลงจะขายข้าวโพดแล้วเปลี่ยนใจไม่ยอมขายให้ผู้เสียหาย ข้าวโพดที่จะขายมีอยู่จริงในขณะที่เจรจาตกลงซื้อขายกัน จึงเป็นกรณีที่จำเลยประพฤติผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น จำเลยไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ และคืนเงินจำนวน ๔๗,๐๐๐ บาทให้ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก ๑ ปี ให้จำเลยคืนเงิน ๔๗,๐๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลยพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า นายจำรัสจุลปะ ผู้เสียหายมีอาชีพค้าขายพืชไร่ ส่วนนายถนอม รอดวิจิตร จำเลยมีอาชีพทำไร่ข้าวโพด ภริยาผู้เสียหายกับภริยาจำเลยเป็นลูกพี่ลูกน้อกัน จำเลยเคยติดต่อค้าขายกับผู้เสียหายโดยจำเลยเอาข้าวโพดมาขายให้ผู้เสียหายมานานหลายปีแล้ว และจำเลยเคยกู้ยืมเงินผู้เสียหายมาใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำไร่ข้าวโพด ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำความผิดดังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความว่า จำเลยได้มาบอกขายข้าวโพดฝักซึ่งเมื่อสีแล้วจะได้ ๒,๐๐๐ ถัง เก็บอยู่ในยุ้งข้าวโพดของจำเลยในราคาถังละ ๓๕ บาท เป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท ผู้เสียหายตกลงซื้อจำเลยขอเงินค่าข้าวโพดก่อนจำนวน ๔๗,๐๐๐ บาท ผู้เสียหายได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยไปแล้ว วันรุ่งขึ้นผู้เสียหายพาลูกน้องพร้อมกับนำเครื่องสีข้าวโพดไปที่บ้านจำเลย ไม่พบจำเลย ข้าวโพดได้หายไปจากเดิมเกือบครึ่งหนึ่ง ภริยาจำเลยบอกว่าจำเลยออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวานไม่ทราบว่าไปไหน และบอกว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการซื้อขายข้าวโพด กับไม่ยอมให้โจทก์สีข้าวโพด ครั้นเวลา ๑๐ นาฬิกาผู้เสียหายได้พบกับจำเลย จำเลยบอกว่าไม่ขายข้าวโพดให้ผู้เสียหายและไม่ยอมให้นำข้าวโพดไป ผู้เสียหายทวงเงินคืน จำเลยบอกว่าไม่มีเงินให้ ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอแก่งคอย ศาลฎีกาเห็นว่า ถึงแม้ข้อเท็จจริงจะเป็นดังที่ผู้เสียหายเบิกความ แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเลยตกลงจะขายข้าวโพดให้ผู้เสียหายแล้วเปลี่ยนใจไม่ยอมขายให้ ข้าวโพดที่จะขายก็มีอยู่จริงในขณะที่เจรจาตกลงซื้อขายกัน แม้จำเลยจะรับเงินค่าขายข้าวโพดบางส่วนจากผู้เสียหายไปล่วงหน้า และไม่ยอมคืนให้ผู้เสียหายเมื่อผู้เสียหายได้ขอคืนแล้วก็ตาม แต่เรื่องทั้งหมดก็เป็นกรณีที่จำเลยประพฤติผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ประกอบกับผู้เสียหายกับจำเลยก็ติดต่อซื้อขายข้าวโพดกันมาเป็นเวลานาน ทั้งภริยาของคนทั้งสองก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย เห็นว่า รูปคดีไม่ปรากฏว่ามีมูลความผิดฐานฉ้อโกงดังที่โจทก์ฟ้องแต่ประการใด พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3784/2532 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายถนอม รอดวิจิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายถนอม รอดวิจิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายเกษม วีรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยงยุทธ ธารีสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2541ฎีกา 101/2564ฎีกา 13043/2557ฎีกา 1279/2517ฎีกา 16/2510ฎีกา 1852/2547ฎีกา 3327/2532ฎีกา 787/2532ฎีกา 7264/2543ฎีกา 255/2529ฎีกา 609/2536ฎีกา 1035/2540ฎีกา 3029/2540ฎีกา 18043/2555ฎีกา 2593/2521ฎีกา 9663/2554ฎีกา 725/2567ฎีกา 5255/2540ฎีกา 915/2566ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 2410/2523ฎีกา 599/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา