⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3927/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3927/2532

ย่อคำพิพากษา

จำเลยแจ้งการประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. 2515ถึง พ.ศ. 2519 ในวันเดียวกัน และโจทก์ได้รับแบบแจ้งการประเมินทั้งหมดพร้อมกัน แต่ในแบบแจ้งการประเมินสำหรับปี พ.ศ. 2518 มิได้มีรายละเอียดในช่องรายการประเมิน ข้อ 2(ก) ถึง (ง)ว่าเป็นเงินได้ประเภทใด และตามข้อ 7(ก) และ (ข) ไม่ระบุว่าเป็นภาษีเงินได้เฉลี่ย ไปในทางใด เหมือนที่ระบุไว้ในแบบแจ้งการประเมินของปีอื่น ๆ เนื่องจากความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ของจำเลยเมื่อปรากฏว่ารายการในข้อ 2(ก) ถึง (ง) และข้อ 7(ก) และ (ข)ในแบบแจ้งการประเมินของปีอื่นเหมือนกันทั้งหมด และโจทก์ทราบและเข้าใจแบบแจ้งการประเมินที่มิได้ระบุรายการไว้เป็นอย่างดีว่าข้อความในรายการที่มิได้ระบุไว้ดังกล่าวย่อมเป็นทำนองเดียวกับที่ระบุไว้ในแบบแจ้งการประเมินของปีอื่น จนถึงกับยินยอมรับชำระภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยพิมพ์รายการขาดตกบกพร่องในแบบแจ้งการประเมินดังกล่าว จึงไม่เป็นเหตุทำให้โจทก์ไม่เข้าใจหรือเสียหายแต่อย่างใด การประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. 2518 จึงชอบด้วยกฎหมาย ส. จ่ายค่าตอบแทนเกี่ยวกับกิจการระเบิดหินและโม่ หินให้แก่ภริยาโจทก์ทุกเดือน รายได้ของโจทก์และภริยาเป็นผลประโยชน์เกี่ยวกับการที่ให้ ส. ดำเนินกิจการระเบิดหินรวมทั้งโม่ หิน ซึ่งมิใช่การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ย่อมจัดอยู่ในบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 5 การให้เช่าทรัพย์สินซึ่งมิใช่อสังหาริมทรัพย์โจทก์และภริยามีหน้าที่เสียภาษีการค้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.20 ประมวลรัษฎากร ม.77 ประมวลรัษฎากร ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเห็นว่า โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ ไว้ไม่ถูกต้อง จึงประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้และเงินเพิ่มเป็นเงิน ๒๑๓,๖๖๓.๗๕ บาท และประเมินภาษีการค้าว่าโจทก์มีรายรับจากการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ประจำเดือนมกราคมถึงธันวาคมสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ จึงประเมินภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มรวม ๘๙,๙๑๑.๔๕ บาท โจทก์อุทธรณ์การประเมินแล้ว คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวขอให้พิพากษาว่าโจทก์ไม่ต้องชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้าดังกล่าวกับให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีการค้ารวมทั้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวทั้งหมด จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ให้ความยินยอมแก่เจ้าพนักงานว่า ยินยอมชำระภาษีให้ครบถ้วนเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความผูกพันโจทก์ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรฟังข้อเท็จจริงว่า นายสมศักดิ์ เชยกำแหจ่ายเงินให้แก่นางเงินยวงภริยาโจทก์เป็นค่าผลประโยชน์จากการระเบิดหินทำโรงโม่หิน โจทก์จึงต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ดังกล่าวและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ในปัญหาข้อสามที่ว่าจำเลยประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยมิได้ระบุว่าเป็นเงินได้อะไรเป็นการชอบหรือไม่นั้น ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑๐ แบบแจ้งการประเมินภาษีเงินได้แก่โจทก์ว่าไม่มีรายละเอียดในช่องรายการประเมิน ข้อ ๒(ก) ถึง (ง) ว่าเป็นเงินประเภทใดและตามข้อ ๗(ก) และ (ข) ไม่ระบุว่าเป็นภาษีเงินได้เฉลี่ยไปในทางใดข้อนี้นางจำนงพรเจ้าพนักงานประเมินเบิกความว่า เอกสารแจ้งการประเมินของปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ไม่มีรายละเอียดระบุว่าเป็นเงินเดือนค่าเช่าสัมปทาน ค่าเช่าที่ดิน และค่าเช่าบ้าน เหมือนกับหนังสือแจ้งการประเมินของปี พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๗ และ พ.ศ. ๒๕๑๙ นั้นเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่อาจจะพลั้งเผลอ แต่อย่างไรก็ตามยอดเงินที่ปรากฏในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ (ซึ่งรวมถึงเอกสารหมาย จ.๑๐ ด้วย)ตรงกับยอดเงินที่พยานได้แจ้งให้โจทก์ทราบตามเอกสารหมาย ล.๑แผ่นที่ ๑๔๖ และ ๑๔๗ ศาลฎีกาเห็นว่า แบบแจ้งการประเมินภาษีเงินได้ของปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๗ ถึง จ.๑๑นั้น ลงวันที่วันเดียวกันคือวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๒๒ ทั้งโจทก์เบิกความว่าโจทก์ได้รับแบบแจ้งการประเมินดังกล่าวในวันที่๑๒ ตุลาคม ๒๕๒๒ การที่โจทก์ได้รับแบบแจ้งการประเมินทั้งหมด ๕ ฉบับของปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ ดังกล่าวซึ่งมีรายการในข้อ ๒(ก)ถึง (ง) และข้อ ๗ (ก) และ (ข) เหมือนกันหมดในเอกสารหมาย จ.๗ถึง จ.๙ และ จ.๑๑ แต่ในเอกสารหมาย จ.๑๐ ไม่มีรายการดังกล่าวเนื่องจากเจ้าหน้าที่ของจำเลยพลั้งเผลอนั้น โจทก์ย่อมเข้าใจได้โดยง่ายว่าข้อความในรายการดังกล่าวก็ย่อมเป็นทำนองเดียวกับที่ระบุไว้เหมือน ๆ กับในปีอื่นนั่นเอง และต่อมาเมื่อโจทก์มาให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานประเมิน ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๑ หน้า ๑๔๖ และ ๑๔๗แสดงให้เห็นว่าโจทก์ทราบและเข้าใจแบบแจ้งการประเมินดังกล่าวเป็นอย่างดี จนถึงกับยินยอมรับชำระภาษีเพิ่มเติมดังที่จำเลยทำการประเมินเรียกเก็บจากโจทก์รวมทั้งในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่เป็นปัญหานี้ด้วย ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่พลั้งเผลอพิมพ์รายการขาดตกบกพร่องไปบ้างในเอกสารหมาย จ.๑๐ จึงไม่เป็นเหตุทำให้โจทก์ไม่เข้าใจหรือเสียหายอย่างใด ดังนี้ข้อบกพร่องดังกล่าวจึงไม่เป็นเหตุทำให้การประเมินภาษีเงินได้ของปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นการไม่ชอบ ในปัญหาข้อสี่ที่ว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่เสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภท ๕ หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ได้วินิจฉัยมาแล้วว่านายสมศักดิ์ได้จ่ายค่าตอบแทนเกี่ยวกับกิจการระเบิดหินและโม่หินให้แก่ภริยาโจทก์เดือนละ ๒๕,๐๐๐ ถึง ๓๐,๐๐๐ บาทโจทก์และภริยาจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้า เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินเรียกเก็บภาษีการค้าประเภทการค้า ๕ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากรซึ่งระบุว่าได้แก่การให้เช่าทรัพย์สินที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ รายได้ของโจทก์และภริยาเป็นผลประโยชน์เกี่ยวกับการที่ให้นายสมศักดิ์ดำเนินกิจการระเบิดหินรวมทั้งโม่หิน ซึ่งมิใช่การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ย่อมจัดเข้าอยู่ในประเภทการค้า ๕ ดังกล่าว เป็นการถูกต้องแล้ว โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าดังที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3927/2532 นายเจริญ ปานทอง โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจริญ ปานทอง · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายวิชา มั่นสกุล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3899/2535ฎีกา 848/2527ฎีกา 4467/2536ฎีกา 1723-1746/2531ฎีกา 2539/2534ฎีกา 495/2519ฎีกา 10135/2539ฎีกา 2913/2516ฎีกา 5890/2539ฎีกา 2165/2542ฎีกา 406/2508ฎีกา 5775/2539ฎีกา 2303/2533ฎีกา 258/2530ฎีกา 171/2521ฎีกา 2131/2537ฎีกา 4926/2533ฎีกา 4717/2536ฎีกา 2382/2534ฎีกา 4602/2531ฎีกา 3418/2553ฎีกา 778/2527ฎีกา 520/2525ฎีกา 2643/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา