⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2643/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2643/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร" หมายถึงอาหารสำหรับคนเท่านั้น ไม่รวมถึงอาหารสัตว์ เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง

ย่อคำพิพากษา

คำว่า 'ผลิตภัณฑ์อาหาร' ตามบัญชีที่ 1 หมวด 1 (4)ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2509 ไม่มีบทนิยามให้มีความหมายโดยเฉพาะ ย่อมค้นหาความหมายได้โดยเปรียบเทียบจากบทบัญญัติที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งคือจากบทมาตราอื่นๆ ของประมวลรัษฎากร คำว่า 'อาหาร' ในบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร ถ้าใช้เป็นคำกลางๆ หมายถึงอาหารสำหรับคนเท่านั้น หามีความหมายถึงอาหารสัตว์ด้วยไม่ คำว่า 'ผลิตภัณฑ์อาหาร' จึงหมายถึง อาหารคนแต่อย่างเดียว ถ้ากฎหมายประสงค์จะให้หมายถึงอาหารอย่างอื่น ก็จำเป็นจะต้องบัญญัติไว้ให้ชัดเป็นแห่ง ๆ ไป ฉะนั้น อาหารสัตว์จึงไม่อยู่ในความหมายของคำว่า 'ผลิตภัณฑ์อาหาร'

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.10 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.11 ประมวลรัษฎากร ม.77

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูปจำหน่าย ซึ่งต้องเสียภาษีการค้าร้อยละ ๑.๕ แต่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑กลับแจ้งประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าร้อยละ ๕ พร้อมด้วยเงินเพิ่มและภาษีเทศบาล โจทก์อุทธรณ์ จำเลยที่ ๒, ๓, ๔ ซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์เสียภาษีร้อยละ ๕แต่ลดเบี้ยปรับ โจทก์เห็นว่าไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งประเมินเรียกเก็บภาษีและเงินเพิ่มของจำเลยที่ ๑ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ จำเลยต่อสู้ว่า อาหารสัตว์ที่โจทก์ผลิตจำหน่าย เป็นผลิตผลภายในประเทศทำจากรำ ข้าวโพดป่น ปลาป่น น้ำตาล และวัตถุอื่นผสมกัน บรรจุลงในภาชนะหรือหีบห่อผนึก ตีตราชื่อบริษัทผู้ทำการค้ารวมทั้งเครื่องหมายการค้าที่หีบห่อด้วย จึงเข้าลักษณะผลิตภัณฑ์อาหารต้องเสียภาษีการค้าร้อยละ ๕ ของรายรับ ชั้นชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับกันว่า ภาษีการค้าที่เรียกเก็บรายนี้ประเมินจากรายรับในการขายผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวคนใช้บริโภคไม่ได้ ทั้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่บรรจุหีบห่อผนึกสำหรับเพื่อจำหน่าย แล้วต่างไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งประเมินเรียกเก็บภาษีและเงินเพิ่มของจำเลยที่ ๑ และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒, ๓, ๔โดยไม่ต้องให้โจทก์ชำระค่าภาษีการค้าและเงินเพิ่ม ๑,๐๖๒,๙๘๕.๙๐ บาทให้จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ปัญหามีว่า คำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร" มีความหมายเพียงใดโดยเฉพาะอาหารสัตว์จะอยู่ในความหมายของคำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร"ด้วยหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร" ไม่มีบทนิยามให้มีความหมายโดยเฉพาะจึงต้องค้นหาความหมายโดยเปรียบเทียบจากบทบัญญัติที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง คือจากบทมาตราอื่น ๆ ของประมวลรัษฎากรนั่นเอง ตามมาตรา ๗๗ มีวิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ภัตตาคาร" หมายความว่า"กิจการขายอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ว่าชนิดใด ๆ ในหรือจากสถานที่ซึ่งจัดไว้ให้ประชาชนเข้าไปบริโภคได้" และคำว่า "ไนท์คลับหรือคาบาเรต์"หมายความว่า "กิจการขายอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ว่าชนิดใด ๆ ในหรือจากสถานที่ซึ่งจัดให้มีการแสดงดนตรี การลีลาศ หรือการแสดงเพื่อความบันเทิงใด ๆ" บทวิเคราะห์ศัพท์เช่นนี้เห็นได้ชัดว่า อาหารนั้นถ้าใช้เป็นคำกลาง ๆแล้วจะต้องหมายถึงอาหารสำหรับคนเท่านั้น จะให้มีความหมายไปถึงอาหารสำหรับสัตว์ด้วย ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะภัตตาคารก็ดี ไนท์คลับก็ดีย่อมเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่า ไม่ใช่ตั้งขึ้นเพื่อขายอาหารสัตว์ อีกประการหนึ่งถ้าดูความในมาตรา ๗๘ ทวิ ที่บัญญัติถึงการประกอบการค้าที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้า เช่น กิจการ ผลิตสินค้า (ข) ถั่วทุกชนิด ไม่ว่ากะเทาะเปลือกหรือทั้งเปลือกบด ทำให้เป็นซีกหรือชิ้น รวมทั้งกากถั่วแต่ไม่รวมถึงแป้งถั่วหรือถั่วที่ผ่านกรรมวิธีเพื่อทำเป็นอาหาร นอกจากอาหารสัตว์ (ค) ข้าวโพด ไม่ว่าเป็นผักหรือเมล็ด อบ บด ทำให้เป็นซีกหรือชิ้น แต่ไม่รวมถึงแป้งข้าวโพดหรือข้าวโพดที่ผ่านกรรมวิธีเพื่อทำเป็นอาหารนอกจากอาหารสัตว์ เฉพาะคำว่า อาหารคำแรกในทั้งสองวรรคต้องตีความว่าหมายถึงอาหารคน ซึ่งเป็นการผลิตอาหารที่ต้องเสียภาษีการค้า ตรงกันข้ามการผลิตอาหารสัตว์จากถั่วหรือข้าวโพดไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามมาตรา ๗๘ ทวิ เมื่อความหมายของคำว่า "อาหาร"ในประมวลรัษฎากรสามารถแยกแยกออกได้เช่นนี้ คำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร"ก็ต้องหมายถึงอาหารคนแต่อย่างเดียว ถ้ากฎหมายประสงค์ให้หมายถึงอาหารอย่างอื่น ก็จำเป็นจะต้องบัญญัติไว้ให้ชัดเป็นแห่ง ๆ ไป เช่นอาหารสัตว์ตามมาตรา ๗๘ ทวิ เป็นต้น อาหารสัตว์จึงไม่อยู่ในความหมายของคำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร" ตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ๒๑)พ.ศ. ๒๕๐๙ บัญชีที่ ๑ หมวด ๑ อาหาร ฯลฯ ดังนั้นจำเลยึงไม่มีอำนาจบังคับให้โจทก์เสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๕ ของรายรับ เพราะที่โจทก์เสียภาษีไปแล้วในอัตราร้อยละ ๑.๕ ของรายรับ เป็นการถูกต้องแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2643/2515 บริษัทสหสามัคคีค้าสัตว์ จำกัด โดยนายสุชาย สุบรรณพงศ์ ผู้รับมอบอำนาจ กรมสรรพากร กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับมอบอำนาจ - บริษัทสหสามัคคีค้าสัตว์ จำกัด โดยนายสุชาย สุบรรณพงศ์ · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสถียร ลิมปิษเฐียร · ถนอม ครูไพศาล · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสงวน สิทธิไชย · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 698/2541ฎีกา 367-368/2539ฎีกา 6593/2550ฎีกา 1879/2566ฎีกา 187/2488ฎีกา 6893/2559ฎีกา 3848/2525ฎีกา 185/2492ฎีกา 3248/2531ฎีกา 3937/2539ฎีกา 4415/2543ฎีกา 3882/2529ฎีกา 121/2472ฎีกา 3618/2543ฎีกา 5496/2543ฎีกา 1353/2542ฎีกา 3691/2545ฎีกา 1588/2522ฎีกา 2571/2518ฎีกา 452/2540ฎีกา 1675/2512ฎีกา 2242/2532ฎีกา 5384/2548ฎีกา 1472/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา