⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 430/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราภริยาที่ยังไม่ได้หย่าขาดจากการสมรส อาจไม่เป็นความผิดหากมีลักษณะทำไปโดยวิสาสะและไม่มีเจตนาร้าย. การเอาทรัพย์สินของผู้อื่นไปโดยมีเจตนาเพียงเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นหลบหนี ไม่ถือเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับผู้เสียหายแต่งงานกันตามลัทธิศาสนาอิสลาม มีบุตรด้วยกัน 1 คน ต่อมาจำเลยกับผู้เสียหายแยกกันอยู่แต่มิได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ดังนั้น การที่จำเลยพาผู้เสียหายไปกักขังเพื่อกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา จึงอาจเป็นกรณีที่จำเลยกระทำไปโดยเข้าใจว่าจำเลยมีสิทธิกระทำได้กับภริยาซึ่งมีบุตรด้วยกัน และบุตรก็ยังอยู่กับจำเลย อันเสมือนกับทำโดยวิสาสะ ย่อมไม่เข้าลักษณะกระทำโดยมีเจตนาร้ายไม่เป็นความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร หน่วงเหนี่ยวกักขัง และข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย จำเลยถอดเอาแหวนและตุ้มหูของผู้เสียหาย โดยจำเลยบอกกับผู้เสียหายว่า ถ้ามีแหวนและตุ้มหูติดตัวอาจมีเงินหลบหนีได้แสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาเพียงที่จะป้องกันมิให้ผู้เสียหายหลบหนี หามีเจตนาทุจริตที่จะเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายเป็นประโยชน์ส่วนตัวไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91,276, 284, 310, 339 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 1,200 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 284 ประกอบมาตรา 83 มาตรา 310, 276 วรรคหนึ่ง และมาตรา 339เรียงกระทงลงโทษทุกกรรม โดยลงโทษความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร วางโทษจำคุก 1 ปี ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังวางโทษจำคุก1 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเราวางโทษจำคุก 4 ปี ฐานชิงทรัพย์วางโทษจำคุก 5 ปี รวมจำคุกจำเลยมีกำหนด 11 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 1,200 บาทแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความเป็นยุติว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับผู้เสียหายเคยอยู่กินฉันสามีภริยากันมาก่อน และเกิดบุตรด้วยกัน 1 คน ต่อมาจำเลยกับผู้เสียหายแยกกันอยู่โดยผู้เสียหายอยู่กับบิดามารดาของผู้เสียหาย ส่วนจำเลยอยู่ที่อื่น พิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีที่จำเลยพาผู้เสียหายไปและหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย เพื่อให้ผู้เสียหายยอมอยู่กินเป็นสามีภริยากับจำเลยตามเดิม โดยจำเลยกับผู้เสียหายเคยอยู่กินเป็นสามีภริยากันมาก่อนแต่แยกกันอยู่เพราะจำเลยทะเลาะกับผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุประมาณ 4 เดือน เท่านั้นตามข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฎชัดว่าจำเลยหย่าขาดกับผู้เสียหายตามกฎหมายอิสลามโดยนายหย่า มุหมีน บิดาผู้เสียหายเบิกความว่าจำเลยกับผู้เสียหายทำพิธีแต่งงานกันตามลัทธิศาสนาอิสลาม และนายหะยีตอหะ กาจิ โต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดในหมู่บ้านพยานจำเลยเบิกความรับรองว่า จำเลยกับผู้เสียหายยังไม่ขาดจากการเป็นสามีภริยากัน การที่จำเลยพาผู้เสียหายไปเพื่อกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา จึงอาจเป็นกรณีที่จำเลยกระทำไปโดยเข้าใจว่าจำเลยมีสิทธิกระทำได้กับภริยาซึ่งมีบุตรด้วยกันและบุตรก็ยังอยู่กับจำเลย อันเสมือนกับทำโดยวิสาสะ ย่อมไม่เข้าลักษณะกระทำโดยมีเจตนาร้าย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร หน่วงเหนี่ยวกักขังและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ส่วนข้อหาฐานชิงทรัพย์นั้นข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ตอนที่จำเลยถอดเอาแหวนและตุ้มหูของผู้เสียหายซึ่งสวมใส่ไป จำเลยบอกกับผู้เสียหายว่าถ้ามีแหวนและตุ้มหูติดตัวอาจมีเงินหลบหนีได้ แสดงให้เห็นชัดว่าการที่จำเลยถอดเอาแหวนและตุ้มหูของผู้เสียหายไปนั้น จำเลยมีเจตนาเพียงที่จะป้องกันมิให้ผู้เสียหายหลบหนี หามีเจตนาทุจริตที่จะเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายเป็นประโยชน์ส่วนตัวไม่...' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2532 พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา โจทก์ นาย ดลเล๊าะ ปาน ดี น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา · จำเลย - นาย ดลเล๊าะ ปาน ดี น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · ศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1715/2545ฎีกา 213/2554ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1958/2526ฎีกา 1017/2465ฎีกา 1168/2487ฎีกา 8366/2542ฎีกา 2444/2521ฎีกา 1429/2520ฎีกา 6421/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ