⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4710/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4710/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนที่เจ้าพนักงานยึดได้เป็นของกลาง โดยระบุวัน เดือน ปี และสถานที่เกิดเหตุ ถือว่าชัดแจ้งตามกฎหมายแล้ว ส่วนรายละเอียดอื่นที่ไม่ใช่สาระสำคัญแห่งข้อหาไม่จำเป็นต้องบรรยายในฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เจ้าพนักงานยึดได้อาวุธปืนที่จำเลยมีไว้และพาไปเป็นของกลาง โดยระบุวัน เดือน ปี และสถานที่เกิดเหตุว่าตำบล อำเภอ และจังหวัดใด ดังนี้เป็นคำฟ้องที่ชัดแจ้งชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ส่วนที่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าขณะเกิดเหตุจำเลยหลบหนีหรือยังจับตัวจำเลยไม่ได้นั้น เป็นเพียงรายละเอียดหาจำต้องงบรรยายมาในฟ้องไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2532 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยได้มีอาวุธปืนลูกซองสั้น ขนาด 12 หมายเลขทะเบียนนศ 2/5162 ซึ่งเป็นของนายแคล้ว ขันหะ จำนวน 1 กระบอกไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ กับพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ ที่ชุมนุมชนที่จัดให้มีขึ้นเพื่อการแต่งงานโดยเปิดเผยโดยไม่มีเหตุอันสมควร และโดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวไป และไม่ใช่กรณีที่ต้องมีติดตัวไปเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ทั้งจำเลยไม่ใช้เจ้าพนักงานและไม่ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานยึดได้อาวุธปืน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืน 1ปลอก ตามที่จำเลยมีไว้และพาไปเป็นความผิดดังกล่าวแล้วเป็นของกลางต่อมาวันที่ 25 มกราคม 2532 จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ,72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ข้อ 3, 6, 7 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ (ที่ถูกมาตรา 8 ทวิ วรรคสอง,72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 2 ปีจำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุก ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 6 เดือนลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ3 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า เจ้าพนักงานยึดได้อาวุธปืนที่จำเลยมีไว้และพาไปเป็นของกลางเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2532 กับระบุด้วยว่าเหตุเกิดที่ตำบล อำเภอและจังหวัดใด จึงเป็นฟ้องที่ชัดแจ้งชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว ส่วนที่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยหลบหนีหรือยังจับตัวจำเลยไม่ได้นั้นเป็นเพียงรายละเอียด หาจำต้องบรรยายมาในฟ้องด้วยแต่อย่างใดไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4710/2532 พนักงานอัยการ ประจำ ศาล่จังหวัดทุ่งสง โจทก์ นาย สม ศักดิ์ สโมสร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำ ศาล่จังหวัดทุ่งสง · จำเลย - นาย สม ศักดิ์ สโมสร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธ์ุ · จำลอง สุขศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ