คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841-842/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยรับเงินไปเพื่อนำไปลงทุนต่อและสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทน โดยที่จำเลยไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่แรก ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์มอบเงินให้จำเลยที่ ๑ ไปร่วมลงทุนกับ อ. ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ช. โดยจำเลยที่ ๑ สัญญาว่าโจทก์จะได้รับผลประโยชน์ในอัตราร้อยละ ๗ ต่อเดือน ต่อมาโจทก์ไปขอรับเงินผลประโยชน์ จำเลยที่ ๑ ขอผัดผ่อนและไม่ยอมคืนเงินลงทุนให้โจทก์แต่เมื่อได้ความว่าจำเลยที่ ๑ กับบุคคลในครอบครัวของจำเลยที่ ๑ก็เป็นผู้ร่วมลงทุนกับบริษัท ช. ด้วยโดยจำเลยที่ ๑ ทำหน้าที่เป็นเพียงหัวหน้าสายนำเงินที่มีผู้มาลงทุนไปส่งมอบให้บริษัท ช.และรับผลประโยชน์มาแจกจ่ายให้แก่ผู้มาร่วมลงทุนเท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ ๑ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ มีเจตนาหลอกลวงโจทก์จึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ริฐ ประทุมทอง. - นาย ประเส · ยง กับพวก. - นาง กนกวรรณ หรือ แดง พุ่มวงศ์สำเนี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ศักดิ์ สนองชาติ · สุวรรณ ตระการพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา