⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 102/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ โดยเจตนาที่จะลวงเอาทรัพย์สินของผู้อื่น หรือบุคคลที่สามนั้น เป็นความผิดฐานฉ้อโกง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมิได้ประกอบธุรกิจค้าขายทองคำ แต่หลอกลวงโจทก์ โดยการพูดจาชักชวนให้โจทก์ร่วมลงทุนเข้าหุ้นค้าทองคำกับจำเลยโจทก์หลงเชื่อมอบเงินให้แก่จำเลยไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 90, 91, 86, 84, 83 และ 59 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ลงโทษจำคุก 3 ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีตัวโจทก์ นายสุชาติแก้วแดง และนายนพดล แก้วแดง เป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า จำเลยที่ 1 มาที่บ้านโจทก์และพูดชักชวนให้โจทก์ร่วมลงทุนค้าทองคำโดยจำเลยที่ 1 จะนำเงินไปซื้อทองคำเพื่อขายแก่ลูกค้าลูกค้าจะส่งเงินค่าทองคำให้แก่จำเลยที่ 1 ทุกวัน จำเลยที่ 1จะนำเงินต้นทุนและกำไรมาส่งให้แก่โจทก์ ถ้าโจทก์ลงทุน 42,000 บาทในระยะเวลา 41 วัน จะได้กำไร 20,000 บาท จำเลยที่ 1 จะนำเงินต้นทุนและกำไรมาส่งให้แก่โจทก์ในวันแรก 2,000 บาท ต่อจากนั้นวันละ 1,500 บาท ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2529โจทก์มอบเงินให้จำเลยที่ 1 เพื่อลงทุน รวม 20 ครั้งเป็นเงิน890,900 บาท ตามเอกสารหมาย จ.1 และได้รับเงินตอบแทนจากจำเลยที่ 1รวม 447,500 บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 ไม่ส่งเงินให้แก่โจทก์ โจทก์จึงไปทวงถามจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2528 จำเลยที่ 1รับว่าไม่ได้นำเงินไปลงทุนค้าทองคำ โจทก์จึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เห็นว่า จำเลยที่ 1 เคยเป็นพี่สะใภ้ของนายสุชาติสามีโจทก์ มีความเกี่ยวข้องคุ้นเคยกับโจทก์ดีและไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยมีสาเหตุโกรธเคืองจำเลยที่ 1 มาก่อน นายนพดลพยานโจทก์ก็เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 เองถือได้ว่าเป็นพยานคนกลาง จึงไม่มีข้อระแวงสงสัยว่าพยานโจทก์ดังกล่าวมานี้จะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 1 ข้อเท็จจริงยังได้ความจากคำเบิกความของนายนพดลต่อไปว่า จำเลยที่ 1 เคยชวนไปหาบุคคลที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าเป็นลูกค้า ไม่เคยเห็นจำเลยที่ 1 เก็บเงินจากลูกค้าและไม่มีลูกค้าฝากสิ่งของมาให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ซื้อของในตลาดให้โจทก์โดยบอกว่าลูกค้าซื้อมาฝาก เมื่อจำเลยที่ 1 ถูกจับกุมคดีนี้พยานไปเยี่ยม จำเลยที่ 1 รับว่าไม่ได้นำเงินไปลงทุนค้าทองคำ พยานบอกให้คืนเงินแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 บอกว่าไม่มีหลักฐานให้พยานอยู่เฉย ๆ จะดีเอง แสดงว่าจำเลยที่ 1 มิได้ประกอบธุรกิจค้าขายทองคำจริงดังที่บอกโจทก์ เพียงแต่ยกขึ้นเป็นข้ออ้างเพื่อหลอกลวงให้โจทก์หลงเชื่อและมอบเงินให้จำเลยที่ 1 เท่านั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกงดังฟ้อง ที่จำเลยที่ 1นำสืบต่อสู้คดีว่ามิได้หลอกลวงโจทก์จำเลยที่ 1 นำเงินไปลงทุนซื้อทองคำและนำทองคำไปขายให้แก่ลูกค้าจริงนั้น คงมีแต่ตัวจำเลยที่ 1 อ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียว ปราศจากพยานหลักฐานอื่นใดสนับสนุน พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 จึงมีลักษณะเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ แต่ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี ซึ่งเป็นโทษขั้นสูงสุดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 นั้น เห็นว่า หนักเกินไป เนื่องจากได้ความว่าจำเลยที่ 1 กับโจทก์มีความเกี่ยวพันกันเสมือนญาติ และโจทก์ได้รับเงินคืนจากจำเลยที่ 1 เป็นจำนวน 447,500 บาท แล้วจึงสมควรวางโทษต่ำกว่าอัตราโทษขั้นสูงสุดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 102/2533 นาง เพลิน จิต ต์ แก้ว แดง โจทก์ นาย แอ๊ด วิชัยโชค หรือ แก้ว แดง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง เพลิน จิต ต์ แก้ว แดง · จำเลย - นาย แอ๊ด วิชัยโชค หรือ แก้ว แดง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2541ฎีกา 101/2564ฎีกา 13043/2557ฎีกา 1279/2517ฎีกา 16/2510ฎีกา 1852/2547ฎีกา 3327/2532ฎีกา 787/2532ฎีกา 7264/2543ฎีกา 255/2529ฎีกา 609/2536ฎีกา 1035/2540ฎีกา 3029/2540ฎีกา 18043/2555ฎีกา 2593/2521ฎีกา 9663/2554ฎีกา 725/2567ฎีกา 5255/2540ฎีกา 915/2566ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 2410/2523ฎีกา 599/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ