⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1027/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษายกฟ้องในความผิดที่เกี่ยวเนื่องกันได้ แม้จะห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีอาวุธปืน พาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนดังกล่าวกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องไปถึงความผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตของจำเลยได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน แม้ว่าความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวจะยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีอาวุธปืนคนละ ๑ กระบอก ไม่มีเครื่องหมายเลขทะเบียนพร้อมด้วยกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง จำเลยทั้งสองพาอาวุธปืนดังกล่าวไปตามทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยทั้งสองโดยมีอาวุธปืนดังกล่าวได้ร่วมกับพวกที่หลบหนีอีกหนึ่งคนทำการปล้นทรัพย์ นางสุวินและนายไล่เซ็งผู้เสียหายทั้งสองโดยใช้อาวุธปืนดังกล่าวและมีดดาบบังคับขู่เข็ญผู้เสียหายทั้งสอง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรีและพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๒ ปี ฐานพาอาวุธปืนฯจำคุกคนละ ๑ ปี ฐานปล้นทรัพย์จำคุกคนละ ๒๑ ปี รวมจำคุกคนละ ๒๔ ปีริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอรับฟังว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ผู้เสียหายดังฟ้อง และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ในคดีนี้ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนของจำเลยทั้งสองที่ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยต้องห้ามมิให้จำเลยทั้งสองฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ เพราะเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทุกข้อหา ของกลางริบ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเสวกหรือแป๊ะ อุ่นอาวรณ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายเสวกหรือแป๊ะ อุ่นอาวรณ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายประสาร ปทุมบาล · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 99/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 5305/2539ฎีกา 599/2532ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1875/2547ฎีกา 6416/2541ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 5806/2534ฎีกา 540/2485ฎีกา 1618/2499ฎีกา 149/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา