⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1040/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1040/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าพนักงานนั้น เพียงพอแล้วที่จะไม่ต้องบรรยายรายละเอียดว่าจำเลยได้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่เจ้าพนักงานคนใดและอย่างไร

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องสำหรับจำเลยที่ 5 ว่า ระหว่างวันที่ 11 ตุลาคม 2521 เวลาใดไม่ปรากฏชัดถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2521 เวลากลางวันจำเลยที่ 5 และที่ 8 กับพวกอีกหลายคนซึ่งบางคนถึงแก่กรรมไปแล้วได้ร่วมกันช่วยเหลือให้ความสะดวกในการที่เจ้าพนักงานได้ร่วมกันดำเนินการให้จำเลยที่ 8 ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ ในนามของนางสาว นภาพร บุญมา ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง และเป็นความผิดโดยจำเลยที่ 5 และที่ 8 กับพวกได้ร่วมกันจ้าง หรือวาน หรือมิฉะนั้นก็ได้ใช้ให้จำเลยที่ 1 กับที่ 4 ฟ้องโจทก์ดังกล่าวได้บรรยายโดยแจ้งชัดแล้วว่าจำเลยที่ 5 กับพวกเป็นผู้สนับสนุนจำเลยอื่นซึ่งเป็นเจ้าพนักงานให้ดำเนินการให้จำเลยที่ 8 ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนในนามของผู้อื่น แม้ในตอนหลังจะบรรยายว่าจำเลยที่ 5 กับพวกได้ร่วมกันจ้าง หรือวาน หรือใช้ให้จำเลยอื่นกระทำผิดตามฟ้องก็หาได้ขัดแย้งกันเองไม่ เพราะแม้ว่าทางพิจารณาจะได้ความทางใดทางหนึ่ง จำเลยที่ 5 ก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่เช่นเดียวกัน ส่วนการที่จำเลยที่ 5 ได้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยอื่นซึ่งเป็นเจ้าพนักงานคนใดและอย่างใดนั้น เป็นรายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบในชั้นพิจารณา หาจำเป็นต้องบรรยายมาในฟ้องไม่ ฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 5 จึงชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๖๒, ๘๓, ๘๔ และ ๘๖ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘ให้การปฏิเสธ ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ถึงแก่กรรม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๖และที่ ๗ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๖๒ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕๗ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกคนละ ๓ ปี จำเลยที่ ๕ ผิดตามมาตรา๑๕๗, ๑๖๒ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ ลงโทษตามมาตรา ๑๕๗ ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๒ ปี จำเลยที่ ๒ รับสารภาพระหว่างพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปียกฟ้องจำเลยที่ ๔ และที่ ๘ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ อุทธรณ์ ต่อมาจำเลยที่ ๒ขอถอนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์อนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองให้จำเลยที่ ๓ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีนี้ในศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๖ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับฎีกาของจำเลยที่ ๕ ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อ ๒ ก. ที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อแรกว่า ฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๕ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๕ว่า ระหว่างเกิดเหตุคดีนี้ (วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๒๑ เวลาใดไม่ปรากฏชัดถึงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๒๑ เวลากลางวัน) จำเลยที่ ๕ และที่ ๘ กับพวกอีกหลายคนซึ่งบางคนถึงแก่กรรมไปแล้วได้ร่วมกันช่วยเหลือให้ความสะดวกในการที่เจ้าพนักงานได้ร่วมกันดำเนินการให้จำเลยที่ ๘ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ในนามของนางสาวนภาพร บุญมา ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริงและเป็นความผิดดังกล่าวข้างต้นโดยจำเลยที่ ๕และที่ ๘ กับพวกได้ร่วมกันจ้างหรือวาน หรือมิเช่นนั้นก็ได้ใช้ให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ที่ ๖ และที่ ๗ กระทำผิดดังกล่าวข้างต้นตามฟ้องข้อ ๑ (๑) ถึง (๕) ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์ดังกล่าวได้บรรยายโดยชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยที่ ๕ กับพวกเป็นผู้สนับสนุนจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานให้ดำเนินการให้จำเลยที่ ๘ ได้มีบัตรประจำตัวประชาชนในนามของผู้อื่นแม้ในตอนหลังจะบรรยายว่าจำเลยที่ ๕ กับพวกได้ร่วมกันจ้างหรือวานหรือใช้ให้จำเลยอื่นกระทำผิดตามฟ้องก็หาได้ขัดแย้งกันเองไม่ เพราะแม้ว่าทางพิจารณาจะได้ความทางใดทางหนึ่ง จำเลยที่ ๕ ก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่เช่นเดียวกัน ส่วนการที่จำเลยที่ ๕ ได้ช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่จำเลยอื่นซึ่งเป็นเจ้าพนักงานคนใดและอย่างใดเป็นรายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบในชั้นพิจารณา หาจำเป็นต้องบรรยายมาในฟ้องไม่ และเห็นว่าจำเลยที่ ๕เข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๕ จึงชอบด้วยกฎหมาย ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๖ นั้น พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาฟังได้ว่าจำเลยที่ ๓ และที่ ๖ กระทำผิดตามฟ้องจริง ฎีกาของจำเลยที่ ๓ ที่ ๕ และที่ ๖ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1040/2533 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ พระภิกษุชูศักดิ์ สร้อยสิงห์ทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - พระภิกษุชูศักดิ์ สร้อยสิงห์ทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · นิเวศน์ คำผอง · บุญศรี กอบบุญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายสำรวจ อุดมทวี · ศาลอุทธรณ์ - นายพิมล สมานิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา