⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1068/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์จะสมบูรณ์เมื่อมีการครอบครองโดยสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นระยะเวลาตามกฎหมาย และการครอบครองนั้นต้องเป็นการครอบครองที่แสดงการเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมอย่างแท้จริง

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งศาลที่แสดงว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ใช้ยันจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ แต่เมื่อจำเลยพิสูจน์ได้ว่าโจทก์เข้าอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยเจ้าของเดิม และโจทก์ไม่เคยแสดงการเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมและจำเลยซึ่งเป็นทายาท จำเลยจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ และเมื่อจำเลยไม่ต้องการให้โจทก์อาศัยต่อไปโจทก์ก็ต้องออกจากที่ดินพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดที่ ๘๐๘๗ ตำบลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้วจังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๓ งาน เป็นส่วนของโจทก์ ๓ งานและเป็นส่วนของจำเลย ๒๕ ไร่ โดยโจทก์และจำเลยต่างครอบครองส่วนของตนเป็นส่วนสัด โจทก์ประสงค์แบ่งแยกที่ดิน ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินโฉนดดังกล่าว เนื้อที่ ๓ งาน ตามแผนที่ท้ายฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่ดินโฉนดที่ ๘๐๘๗ เป็นของจำเลยแต่ผู้เดียวคำสั่งศาลที่แสดงว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวบางส่วนโดยการครอบครองปรปักษ์ ไม่ผูกพันจำเลย โจทก์ไม่เคยครอบครองปรปักษ์ ขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาว่าที่ดินส่วนที่พิพาทกัน จำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์และเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทในโฉนดที่ ๘๐๘๗ ตำบลบ้านแพ้วอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ ๓ งาน เป็นของจำเลยห้ามโจทก์เข้าเกียวข้อง ส่วนคำฟ้องของโจทก์ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๑๔๕ วรรคสอง (๒) บัญญัติว่า คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจใช้ยันบุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าข้อเท็จจริงตามคำสั่งศาลในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่๑๔๔/๒๕๒๗ ศาลสั่งว่าที่ดินเนื้อที่ ๓ งานตามแผนที่สังเขปท้ายคำร้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดที่ ๘๐๘๗ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์อันเป็นการวินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ จึงใช้ยันจำเลยได้ คงมีปัญหาว่าจำเลยพิสูจน์ว่ามีสิทธิดีกว่าโจทก์ได้หรือไม่ แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์เข้าอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยเจ้าของเดิมและโจทก์ไม่เคยแสดงการเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมและจำเลยซึ่งเป็นทายาท จำเลยจึงมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าโจทก์ ส่วนปัญหาที่ว่า จำเลยให้โจทก์อาศัยหรือไม่ ตามข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยมาแล้วว่า โจทก์ได้อาศัยเจ้าของเดิมอยู่ในที่ดินพิพาทเมื่อที่ดินตกเป็นของจำเลย จำเลยไม่ได้ขับไล่โจทก์ออกไป ก็ถือได้ว่าจำเลยให้โจทก์อาศัยต่อมาโดยปริยาย แต่เมื่อจำเลยไม่ต้องการให้อาศัยต่อไป โจทก์ก็ต้องออกจากที่ดินพิพาท พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1068/2533 นางวาด กุลกัณฑ์ ฯ โจทก์ นางพุฒ ศรีเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวาด กุลกัณฑ์ ฯ · จำเลย - นางพุฒ ศรีเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · พนม พ่วงภิญโญ · สุเทพ กิจสวัสดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายชวลิต ชัยโชดก · ศาลอุทธรณ์ - นายมีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 795/2543ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2057/2529ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1124/2479ฎีกา 2345/2540ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 6868/2541ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา