⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1143/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1143/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของพนักงานที่นำทรัพย์สินของนายจ้างไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่การงาน และอาจมีโทษถึงไล่ออกได้ การลงโทษปลดออกโดยอ้างอิงตามข้อบังคับที่กำหนดไว้ ถือเป็นการลงโทษที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีคำสั่งเรื่อง ใช้รถยนต์ในส่วนภูมิภาคห้ามพนักงานซึ่งมิใช่พนักงานขับรถ ขับรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา และให้ใช้รถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการปฏิบัติงานเฉพาะกิจการเท่านั้นและข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงานข้อ 43 กำหนดว่า "การลงโทษปลดออกนั้น จะกระทำได้เมื่อพนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อ 41 และข้อ 42 แต่โทษยังไม่ถึงกับจะต้องถูกไล่ออก หรือถึงกับจะต้องถูกไล่ออก แต่มีเหตุผลอันควรลดหย่อน" การที่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตำแหน่งพนักงานช่างนำรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปปักเสา 2 ต้น และยกหม้อแปลงขึ้นบนคานนั่งร้านหม้อแปลงให้แก่เอกชน การกระทำของโจทก์ดังกล่าวนอกจากจะเป็นการผิดข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงาน หมวด 5 เรื่องวินัย ข้อ 38(3) ที่กำหนดว่า "ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบหรือวิธีปฏิบัติของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ห้ามขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง..."แล้ว ยังต้องด้วยข้อ 41(3) ที่กำหนดว่า "ทุจริตต่อหน้าที่การงาน"ด้วย เพราะเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่นซึ่งมีโทษถึงไล่ออก ดังนั้น การที่จำเลยลงโทษโจทก์โดยมีคำสั่งปลดออกจึงเป็นการลงโทษที่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับดังกล่าวแล้วไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลดโจทก์ออกจากงาน โดยโจทก์มิได้กระทำความผิด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมหรือใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า โจทก์นำเอารถยกติดบูมสามขาของจำเลยไปดำเนินการปักเสาแรงสูง และยกหม้อแปลงให้แก่โรงเรียนม่วงมิตรวิทยาคมกับนำทรัพย์สินซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าของจำเลยไปติดตั้งให้แก่โรงเรียนดังกล่าวโดยพลการ และมีเจตนาเบียดบังทรัพย์สินของจำเลยเป็นประโยชน์ส่วนตัว การกระทำของโจทก์เป็นการประพฤติผิดระเบียบข้อบังคับ และถือว่าโจทก์ทุจริต จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์โดยปลดออกจากงาน ซึ่งชอบด้วยระเบียบข้อบังคับแล้วไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์นำรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปใช้โดยพลการ เป็นการผิดระเบียบข้อบังคับของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ห้ามพนักงานซึ่งมิใช่พนักงานขับรถขับรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาและให้ใช้รถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการปฏิบัติงานเฉพาะกิจการเท่านั้น ตามคำสั่งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เรื่อง ใช้รถยนต์ในส่วนภูมิภาค การที่โจทก์นำรถไปปักเสา ๒ ต้น และยกหม้อแปลงขึ้นบนคานนั่งร้านหม้อแปลงให้แก่ผู้รับเหมาในโรงเรียนม่วงมิตรวิทยาคม เป็นการผิดข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงาน หมวด ๕ เรื่องวินัย ข้อ ๓๘(๓) จึงมีเหตุแห่งการเลิกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงไม่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมีคำสั่งปลดออกจากงานเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า คำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานนั้นขัดต่อระเบียบข้อบังคับของจำเลยจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเห็นว่า ตามข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงานข้อ ๔๓ กำหนดว่า "การลงโทษปลดออกนั้นจะกระทำได้ เมื่อพนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ แต่โทษยังไม่ถึงกับจะต้องถูกไล่ออก หรือถึงกับจะต้องถูกไล่ออกแต่มีเหตุผลอันควรลดหย่อน" การที่โจทก์นำรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปปักเสา ๒ ต้น และยกหม้อแปลงขึ้นบนคานนั่งร้านหม้อแปลงให้แก่ผู้รับเหมาในโรงเรียนม่วงมิตรวิทยาคม ตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเป็นยุติแล้วนั้น การกระทำของโจทก์ดังกล่าว นอกจากจะเป็นการผิดข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงานหมวด ๕ เรื่องวินัย ข้อ ๓๘(๓) ที่กำหนดว่า "ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบหรือวิธีปฏิบัติของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ห้ามขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง..." แล้ว การกระทำของโจทก์ดังกล่าวนั้นยังต้องด้วยข้อ ๔๑(๓) ที่กำหนดว่า "ทุจริตต่อหน้าที่การงาน" ด้วย เพราะการกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น คือผู้รับเหมาที่โจทก์นำรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปปักเสาและยกหม้อแปลงขึ้นบนคานนั่งร้านให้ซึ่งมีโทษถึงไล่ออก ดังนั้น การที่จำเลยลงโทษโจทก์โดยมีคำสั่งปลดออกนั้น เป็นการลงโทษที่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับดังกล่าวแล้วไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1143/2533 นายสุวิทย์ ควนสุวรรณ์ โจทก์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุวิทย์ ควนสุวรรณ์ · จำเลย - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · เคียง บุญเพิ่ม · ปรีชา ธนานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายฤทธิไกร สายเกษ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 5396/2540ฎีกา 1221/2549ฎีกา 4777/2549ฎีกา 378/2531ฎีกา 7044/2537ฎีกา 4921/2532ฎีกา 2093/2532ฎีกา 859/2527ฎีกา 6252/2540ฎีกา 1850/2547ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 14399-14401/2553ฎีกา 15617/2558ฎีกา 3041/2531ฎีกา 1352/2542ฎีกา 5678/2530ฎีกา 3493-3494/2531ฎีกา 3365/2533ฎีกา 2157/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา