⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1145/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1145/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของรวมคนหนึ่งได้ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาในคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์สินอันเป็นของเจ้าของรวมนั้น หากทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินที่แบ่งแยกไม่ได้ การพิพากษาของศาลย่อมมีผลถึงเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ด้วย แม้ว่าจะไม่ได้ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาเข้ามาก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในคดีพิพาทกันเรื่องที่ดิน เมื่อศาลฎีกาฟังว่าโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกัน แม้ในชั้นฎีกาจะมีเพียงโจทก์ร่วมผู้เดียวฎีกาโดยโจทก์มิได้ฎีกา แต่กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้มีผลถึงโจทก์ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1), 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่พิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินจำเลยทั้งสองซึ่งซื้อมาจากบุคคลภายนอก ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสองห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทมาจากผู้มีชื่อโจทก์ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา จำเลยไม่เคยเข้าเกี่ยวข้องขอให้ยกฟ้องแย้ง นางอุดมลักษณ์ ประโลม ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์และโจทก์ร่วม ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง ให้ยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมและพิพากษาตามฟ้องแย้งว่า ที่พิพาทจำเลยทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองห้ามโจทก์และโจทก์ร่วมพร้อมทั้งบริวารเข้าเกี่ยวข้อง โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโจทก์ โดยมีโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยจำเลยทั้งสองไม่เคยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาท เมื่อโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกัน แม้คดีจะมีโจทก์ร่วมผู้เดียวฎีกา โดยโจทก์มิได้ฎีกาด้วย แต่กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ โจทก์จึงได้รับผลตามคำพิพากษาด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๕(๑) และมาตรา ๒๔๗ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1145/2533 นายสุชิน ประโลม โจทก์ นางอุดมลักษณ์ ประโลม โจทก์ร่วม จ่าสิบตำรวจเสน่ห์ พาเรือง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุชิน ประโลม · โจทก์ร่วม - นางอุดมลักษณ์ ประโลม · จำเลย - จ่าสิบตำรวจเสน่ห์ พาเรือง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ วิวัธวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 273/2501ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 425/2520ฎีกา 3350/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 185/2566ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 4473/2541ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา