⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1166/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1166/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องโดยอ้างบทกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิด แม้ต่อมาจะมีกฎหมายที่แก้ไขใหม่มาใช้บังคับแล้ว ศาลก็สามารถลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ได้ หากบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่นั้นยังคงบัญญัติความผิดและกำหนดโทษไว้เช่นเดิม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำการประมงโดย ไม่ได้รับอนุญาตคำขอท้ายฟ้องระบุอ้าง พ.ร.บ. การประมงฯ มาตรา 20 ซึ่ง เป็นบทมาตราความผิด และมาตรา 62 ทวิ ซึ่ง เป็นบทกำหนดโทษและอ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 105 ข้อ 4 ซึ่ง แก้ไขมาตรา62 ทวิ แต่ ในขณะที่จำเลยกระทำผิดได้ มี พ.ร.บ. การประมง (ฉบับที่ 3)ออกใช้ บังคับแล้ว โดย แก้ไขมาตรา 62 ทวิ แม้โจทก์ จะมิได้อ้างพ.ร.บ. การประมง (ฉบับที่ 3)ฯ แต่ ได้ อ้างกฎหมายเดิม ซึ่งมีความผิดอยู่ ถือ ว่าฟ้อง โจทก์ได้ อ้างมาตราที่ลงโทษจำเลยมาสมบูรณ์แล้ว ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ตาม กฎหมายที่แก้ไขใหม่ได้และการปรับบทลงโทษดังกล่าวมี ผลถึง จำเลยที่ 1 ซึ่ง ไม่มีฝ่ายใดฎีกาด้วย แต่ โทษที่ลงแก่จำเลยที่ 1 คงยุติไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการประมงพ.ศ. 2490 มาตรา 4, 20, 62 ทวิ, 69 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 105 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2515 ข้อ 2, 4, 5 ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 20, 62 ทวิ, 69ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 105 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2515ข้อ 2, 4, 5 จำเลยทั้งสองอายุ 20 ปี รู้ผิดชอบดีแล้วไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ ให้จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี ของกลางริบ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือนและปรับ 5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 79กึ่งหนึ่ง จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน จำเลยที่ 2รับสารภาพเช่นเดียวกัน ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78กึ่งหนึ่ง จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 3 เดือน ไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษจำคุก จึงไม่รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทำการประมงโดยไม่ได้รับอนุญาต คำขอท้ายฟ้องระบุอ้างพระราชบัญญัติการประมงพ.ศ. 2490 มาตรา 20 ซึ่งเป็นบทมาตราความผิด และมาตรา 62 ทวิซึ่งเป็นบทกำหนดโทษและอ้างประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 105 ข้อ 4ซึ่งแก้ไขมาตรา 62 ทวิ แต่ในขณะที่จำเลยกระทำผิด ได้มีพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 ออกใช้บังคับแล้วโดยแก้ไขมาตรา62 ทวิ แม้โจทก์จะมิได้อ้างพระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2528 แต่ได้อ้างกฎหมายเดิมซึ่งมีความผิดอยู่ ถือว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราที่ลงโทษจำเลยมาสมบูรณ์แล้ว ศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 2 ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ได้ ควรปรับบทลงโทษที่แก้ไขใหม่ให้ถูกต้องมีผลถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มีฝ่ายใดฎีกาด้วย แต่โทษที่ลงแก่จำเลยที่ 1 คงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองผิดตามพระราชบัญญัติการประมงพ.ศ. 2490 มาตรา 20, 62 ทวิ พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2528 มาตรา 10 โทษจำเลยที่ 1 ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาทจำเลยที่ 2 รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือนและปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1166/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย เท วินทร์ อัมพ วา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย เท วินทร์ อัมพ วา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ