คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ จำเลยมีสิทธินำสืบว่าข้อความในแบบพิมพ์นั้นยังไม่มี หรือไม่ถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตาม สัญญากู้ยืม จำเลยให้การต่อสู้ คดีว่าโจทก์ให้จำเลยลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ ดังนี้จำเลยจึงมีสิทธินำสืบว่า พยานในแบบพิมพ์ดังกล่าวยังไม่มี ก. พยานโจทก์มิได้ลงลายมือชื่อและมิได้รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งศาลกำหนดให้จำเลยนำสืบก่อนจำเลยจึงไม่อาจถามค้านโจทก์ไว้ก่อนได้ การนำสืบของจำเลยดังกล่าวจึงไม่ เป็นการนำสืบนอกคำคู่ความและนอกประเด็น โจทก์ฟ้องเรียกหนี้ 14,000 บาท ได้ความว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์3,532.25 บาท ดังนี้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตาม ที่ได้ความได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ยืมจำนวน 14,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 14,000 บาทแต่เป็นหนี้โจทก์ในต้นเงินเพียง 3,532.25 บาท ต่อมาจำเลยไม่มีเงินชำระโจทก์ให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้ในแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงินโดยยังไม่ได้กรอกข้อความ โจทก์เก็บหนังสือสัญญากู้เงินไว้ ต่อมาโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระเงิน 3,532.25 บาท โจทก์ได้กรอกจำนวนเงินลงในสัญญากู้ดังกล่าวเกินกว่าหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่จริงจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 3,532.25 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นได้รับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยไม่มีสิทธินำสืบว่านายดาบตำรวจกิตติ มีพงษ์ พยานโจทก์ไม่รู้เห็นการทำหนังสือสัญญากู้เงินตามเอกสารหมาย จ.2 เพราะจำเลยไม่ได้ถามค้านพยานโจทก์ไว้ก่อน ศาลไม่อาจรับฟังพยานจำเลยที่นำสืบเช่นนั้นเพราะเป็นการฟังพยานนอกคำคู่ความและนอกประเด็นนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยได้ให้การต่อสู้คดีว่า ขณะโจทก์ให้จำเลยลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้ท้ายฟ้องหมายเลข 1 นั้น แบบพิมพ์ดังกล่าวยังไม่ได้กรอกข้อความ จำเลยจึงมีสิทธินำสืบว่าพยานในแบบพิมพ์ดังกล่าวยังไม่มีกล่าวคือ นายดาบตำรวจกิตติ มีพงษ์ ที่ลงลายมือชื่อเป็นพยานในแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงินตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 หรือเอกสารหมาย จ.2 ยังไม่ได้ลงลายมือชื่อ และเป็นพยานที่ไม่รู้เห็นเหตุการณ์ ประกอบกับคดีนี้ศาลกำหนดให้จำเลยนำสืบก่อน จำเลยจึงไม่อาจถามค้านพยานโจทก์ไว้ก่อนได้ การนำสืบของจำเลยดังกล่าวจึงไม่เป็นการนำสืบนอกคำคู่ความและนอกประเด็น...
โจทก์ฎีกาต่อมาว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์จำนวน14,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.2 มิได้ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามเอกสารหมาย จ.1 การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้แก่โจทก์จำนวน 3,532.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2528 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จึงเป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็นนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปจำนวน 14,000 บาท ปรากฏตามหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.2 จำเลยได้ให้การต่อสู้ว่า ความจริงจำเลยกู้เงินโจทก์ไปเพียง 3,532.25 บาท การที่ศาลล่างทั้งสองฟังพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้โจทก์เพียง 3,532.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่จำเลยให้การต่อสู้นั้น หาได้เป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็นไม่..."
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2533
นาย ดาบตำรวจ ประยงค์ เกิดศิริ โจทก์
สิบตำรวจเอก สุชาติ ศรีโสภ ณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ดาบตำรวจ ประยงค์ เกิดศิริ · จำเลย - สิบตำรวจเอก สุชาติ ศรีโสภ ณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ