⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1221/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1221/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับซื้อทรัพย์สินที่ถูกลักมา แม้จะรับซื้อในราคาต่ำกว่าราคาตลาด ก็ยังต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผู้รับซื้อรู้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ถูกลักมา มิฉะนั้นจะลงโทษฐานรับของโจรไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คดีรับของโจรแม้จะฟังได้ว่าจำเลยรับซื้อทรัพย์ของกลางของผู้เสียหายไว้ โจทก์ก็จะต้องนำสืบให้ได้ความว่า จำเลยรับซื้อทรัพย์ของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา การที่โจทก์เพียงแต่นำสืบว่า อ. ลักรถจักรยานของผู้เสียหายไปขายให้แก่จำเลยและรถจักรยานของกลางของผู้เสียหายมีราคา 1,900 บาท จำเลยรับซื้อไว้ในราคา 370 บาท แต่ก็ไม่ได้ความว่ารถจักรยานของผู้เสียหายซื้อมานานเท่าใด และมีสภาพเก่าใหม่อย่างไร ที่จำเลยรับซื้อในราคา370 บาทนั้น เป็นราคาที่สมควรหรือไม่อย่างใด ทั้งไม่ได้ความว่าได้พบรถจักรยานที่จำเลยรับซื้อไว้ในลักษณะมีการปิดบังซ่อนเร้นหรือไม่อย่างไร จึงไม่มีพฤติการณ์ใดที่แสดงว่า จำเลยรับซื้อรถจักรยานไว้โดยรู้ว่าเป็นรถจักรยานที่ถูกลักมา พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังรับฟังลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจรขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗ วรรคหนึ่ง ให้จำคุก ๑ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรในคดีนี้ได้นั้น โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่า จำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไว้โดยรู้ว่าเป็นรถจักรยานที่ถูกลักมา แต่ข้อเท็จจริงคงปรากฎจากข้อนำสืบของโจทก์เพียงว่า นายอัศวินลักรถจักรยานของผู้เสียหายไปขายให้แก่จำเลยในราคา ๓๗๐ บาท แม้โจทก์จะนำสืบว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมีราคา ๑,๙๐๐ บาท จำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์คันนั้นในราคา ๓๗๐ บาท แต่ก็ไม่ได้ความว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายซื้อมานานเท่าใด และมีสภาพเก่าใหม่อย่างไร ที่จำเลยรับซื้อในราคา ๓๗๐ บาท นั้นเป็นราคาที่สมควรหรือไม่เพียงใด ร้อยตำรวจโทชูชาติ ด้วงแสง พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้จับกุมจำเลยเบิกความว่า จับกุมจำเลยและยึดรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นของกลางซึ่งก็ไม่ได้ความว่าได้ไปพบรถจักรยานยนต์ที่จำเลยรับซื้อไว้ในลักษณะเป็นการปิดบังซ่อนเร้นหรือไม่อย่างไร จึงไม่มีพฤติการณ์ใดที่แสดงว่า จำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์คันนี้ไว้โดยรู้ว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ถูกลักมา พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบรับฟังลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยคำพยานจำเลย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1221/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายพยนต์ สว่างวงษ์ไว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายพยนต์ สว่างวงษ์ไว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มงคล เปาอินทร์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายประสงค์ คุณาจิรภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมพล สัตยาอภิธาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 185/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 5702/2533ฎีกา 435/2535ฎีกา 2724/2519ฎีกา 413/2536ฎีกา 1211/2481ฎีกา 47/2538ฎีกา 1243/2545ฎีกา 124/2507ฎีกา 1865/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา