⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1431/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีตาม ป.อ. มาตรา 286 ได้นั้น โจทก์จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าจำเลยไม่มีปัจจัยอื่นสำหรับดำรงชีพ หรือมีปัจจัยไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีพ.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐาน ดำรงชีพ จากรายได้ของหญิงซึ่ง ค้าประเวณีตามป.อ. มาตรา 286 นั้น จะต้อง ได้ความว่าจำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสำหรับดำรงชีพจึงจะลงโทษจำเลยได้ เมื่อโจทก์นำสืบได้ แต่ เพียงว่าจำเลยได้รับเงิน ค่าบริการจากหญิงซึ่ง ค้าประเวณีเท่านั้น โดย ไม่ นำสืบให้เห็นว่า จำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัย อันพอเพียงสำหรับดำรงชีพ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด ฐาน ดำรงชีพ อยู่ จากรายได้ของหญิงซึ่ง ค้าประเวณี.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.286

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286, 91พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286, 91ลงโทษตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8จำคุก 2 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 จำคุก 8 ปีลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว จำคุก5 ปี 5 เดือน 10 วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาว่าจำเลยดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286หรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีตามมาตรานี้นั้น จะต้องได้ความว่าจำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสำหรับดำรงชีพจึงจะลงโทษจำเลยได้ เมื่อโจทก์นำสืบได้แต่เพียงว่าจำเลยรับเงินค่าบริการจากนางสาวจันทร์เป็ง และนางสาวอำไพ ซึ่งทำการค้าประเวณีเท่านั้น โดยไม่นำสืบให้เห็นว่าจำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพหรือไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสำหรับดำรงชีพทั้งจำเลยเคยให้การไว้ในชั้นสอบสวนและเบิกความในชั้นศาลว่าเป็นพนักงานรับใช้ในโรงแรมและร้านอาหาร มีเงินเดือนเดือนละ2,000 บาท กับอาศัยอยู่ที่โรงแรมที่ดำเนินการโดยนางนิตยาซึ่งเป็นญาติกัน ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพหรือไม่มีปัจจัยพอเพียงสำหรับดำรงชีพการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานดำรงชีพอยู่จากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต โจทก์ นาย สม คำ แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต · จำเลย - นาย สม คำ แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ