⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2164/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2164/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสละเจตนาครอบครองปรปักษ์ย่อมทำให้สิทธิในการครอบครองปรปักษ์สิ้นสุดลง

ย่อคำพิพากษา

ระหว่างที่ผู้ร้องครอบครองปรปักษ์ที่พิพาท ผู้คัดค้านได้ ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ในที่สุดผู้ร้องยอมให้ผู้คัดค้านเข้าทำนาในที่พิพาทต่อไป ซึ่ง แสดงว่าผู้ร้องตัดสินใจไม่เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท พฤติการณ์ของผู้ร้องแสดงว่าได้ สละเจตนาครอบครองโดย ปรปักษ์และยอมรับสิทธิของผู้คัดค้านซึ่ง มีชื่อ ในโฉนดที่ดินพิพาทแล้ว ผู้ร้องจะมาอ้างสิทธิครอบครองโดย ปรปักษ์อีกหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่า ที่ดินโฉนดเลขที่8748 เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่ดินตามคำร้องเป็นของผู้คัดค้าน ผู้ร้องเข้ามาอยู่โดยสิทธิอาศัย ผู้ร้องไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านนำสืบว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 781 ตามเอกสารหมาย ร.1 เป็นของนายสะและมูหะหมัด และนายเฮม มูหะหมัดนางเฟาะ มารดาผู้ร้องได้เข้าครอบครองทำนาส่วนหนึ่ง ต่อมานางเฟาะตายผู้ร้องได้ครอบครองต่อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 จนถึง พ.ศ. 2527จากนั้นผู้ร้องได้ไปอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างนั้นทายาทของนายเฮมได้จัดการขอแบ่งแยกเป็นโฉนดย่อยเพิ่มอีก 9 แปลง เฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 8748 ตามเอกสารหมาย ล.1 ซึ่งเป็นที่ดินพิพาทมีชื่อผู้คัดค้านเป็นเจ้าของ ผู้คัดค้านได้เข้าครอบครองทำนาในที่ดินพิพาทใน พ.ศ. 2527 ต่อมา พ.ศ. 2528 ผู้ร้องได้กลับมาครอบครองที่ดินพิพาทโดยไถนาเตรียมปลูกข้าว ผู้คัดค้านได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่นายการียา ยะมัน กำนันท้องที่ได้ไกล่เกลี่ย ในที่สุดผู้ร้องได้ตัดสินใจไม่เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท และยอมให้ผู้คัดค้านเข้าครอบครองทำนาในที่ดินพิพาทต่อไป ปรากฏตามบันทึกเอกสารหมาย ล.2พิเคราะห์คำเบิกความของผู้ร้อง และผู้คัดค้านดังกล่าวแล้วเห็นว่า ตามเอกสารหมาย ล.2 ปรากฏว่าผู้ร้องได้ตัดสินใจให้ผู้คัดค้านกับพวกทำนาในที่ดินพิพาทต่อไป ซึ่งแสดงว่าผู้ร้องได้ตัดสินใจไม่เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทพฤติการณ์ของผู้ร้องดังกล่าว แสดงว่าผู้ร้องได้สละเจตนาครอบครองโดยปรปักษ์ และยอมรับสิทธิของผู้คัดค้านซึ่งมีชื่อเป็นเจ้าของในโฉนดที่ดินพิพาทตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ล.1 เมื่อผู้ร้องได้สละเจตนาครอบครองโดยปรปักษ์แล้ว ผู้ร้องจะมาอ้างสิทธิครอบครองโดยปรปักษ์ในที่ดินพิพาทอีกหาได้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายแพ้คดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2164/2533 นางสาว กา ญจนา บู่ ทอง ผู้ร้อง นาง สม จิต ต์ หวังห นับ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางสาว กา ญจนา บู่ ทอง · ผู้คัดค้าน - นาง สม จิต ต์ หวังห นับ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6163/2537ฎีกา 4185/2547ฎีกา 805/2506ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 602/2490ฎีกา 663/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ