⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2175/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2175/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ หากไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุน.

ย่อคำพิพากษา

ไม้สักของกลางจะเป็นของจำเลยจริงหรือไม่ โจทก์ไม่มีพยานมาสืบสนับสนุน ลำพังแต่ เฉพาะ คำรับสารภาพของจำเลยในขั้นจับกุมเท่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่าจำเลยมีไม้สักของกลางไว้ในครอบครอง คำรับสารภาพของจำเลยดังกล่าวเป็นพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย ดังนี้ คดีไม่พอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 5, 7, 48, 73, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก 2 ปีคำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะจำเลยครอบครองไม้สักของกลาง ข้อนำสืบของโจทก์ที่ว่าเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเห็นรถยนต์บรรทุกไม้สักของกลางแล่นมา เจ้าพนักงานตำรวจให้สัญญาณรถหยุดแต่รถไม่หยุดจึงได้ขับรถจักรยานยนต์ไล่ติดตามไป ครั้นติดตามไปประมาณ 100 เมตรรถจึงหยุด มีชาย 2 คนเปิดประตูรถหลบหนีไปนั้น ฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นชายคนหนึ่งที่หลบหนีไป หรือเป็นเจ้าของไม้สักของกลางที่บรรทุกมากับรถ โจทก์นำสืบเพียงว่าในระหว่างเจ้าพนักงานตำรวจนำรถยนต์บรรทุกไม้สักของกลางไปสถานีตำรวจนั้นจำเลยมาปรากฏตัวแสดงตนต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าไม้สักของกลางเป็นของจำเลย เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำบันทึกการจับกุมไว้โดยมีข้อความระบุว่าจำเลยให้การรับสารภาพว่าไม้สักของกลางเป็นของจำเลย แต่ตามข้อเท็จจริงแล้วไม้สักของกลางจะเป็นของจำเลยจริงหรือไม่โจทก์ก็ไม่มีพยานมาสืบสนับสนุน จำเลยอาจจะเป็นบุคคลที่ผู้อื่นซึ่งเป็นเจ้าของไม้สักของกลางใช้ให้มาแอบอ้างกับเจ้าพนักงานตำรวจว่าไม้สักของกลางเป็นของตนด้วยอามิสสินจ้างหรือด้วยประการอื่นใดก็ได้ ฉะนั้น ลำพัง แต่เฉพาะคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมเท่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่าจำเลยมีไม้สักของกลางไว้ในครอบครอง คำรับสารภาพของจำเลยดังกล่าวเป็นพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อยไม่พอที่จะรับฟังลงโทษจำเลยได้..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2175/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง โจทก์ นาย มา นิตย์ อาษา วงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง · จำเลย - นาย มา นิตย์ อาษา วงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญศรี กอบบุญ · เสียง ตรีวิมล · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 7490/2540ฎีกา 66/2540ฎีกา 643/2531ฎีกา 199/2547ฎีกา 238/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ