⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2208/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2208/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อหนี้ยังไม่ได้แยกออกจากกัน การผิดนัดชำระหนี้เพียงงวดแรก ย่อมทำให้เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกหนี้ทั้งหมดได้.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยตกลง กำหนดเวลาชำระหนี้เป็น 2 งวด แต่ ก็มิได้แยกหนี้ออกเป็นรายต่างหากจากกัน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลาตกลง ไว้ แม้แต่ เพียงงวดแรก จำเลยก็ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ตาม บันทึกข้อตกลงรับสภาพหนี้ทั้งหมด ดังนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกหนี้ตาม งวดที่สองได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2528 จำเลยได้ทำบันทึกรับสภาพหนี้ไว้ต่อโจทก์ว่า จำเลยได้กู้ยืมทรัพย์สินของโจทก์ไปเป็นเงินทั้งสิ้น 29,500 บาท จำเลยยอมชำระให้โจทก์โดยแบ่งผ่อนชำระเป็น 2 งวด งวดแรก จำนวน 5,000 บาท ภายในวันที่31 กรกฎาคม 2528 งวดที่สอง จำนวน 24,500 บาท ภายในวันที่31 พฤษภาคม 2529 หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจำเลยยอมให้โจทก์ฟ้องร้องบังคับได้ นับแต่ทำบันทึกข้อตกลงรับสภาพหนี้ดังกล่าวแล้ว จำเลยไม่เคยชำระหนี้ให้โจทก์เลย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ 29,500 บาท จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์อ้างว่าจำเลยแบ่งชำระหนี้เป็น2 งวด งวดที่สอง จำนวน 24,500 บาท จะชำระภายในวันที่ 31 พฤษภาคม2529 โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2529 ซึ่งหนี้งวดที่สองยังไม่ถึงกำหนด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกหนี้งวดที่สอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 29,500 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามบันทึกข้อตกลงรับสภาพหนี้ปรากฏว่า จำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์เป็น 2 งวด งวดแรก จำนวน 5,000 บาท ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2528งวดที่สอง จำนวน 24,500 บาท ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2529 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2529 คดีมีประเด็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกหนี้ตามงวดที่สองได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยตกลงกำหนดเวลาชำระหนี้เป็น 2 งวด แต่ก็มิได้แยกหนี้ออกเป็นรายต่างหากจากกัน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลาที่ตกลงไว้ แม้แต่เพียงงวดแรก จำเลยก็ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ตามบันทึกข้อตกลงรับสภาพหนี้ทั้งหมด โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกหนี้ตามงวดที่สองได้ เทียบนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 521/2510 ระหว่างนายพุก ตรีทศ โจทก์ นายวิทยา ตะเพียนทอง จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2208/2533 นาง รัตนา ยุพกรณ์ โจทก์ นาง รัศมี พล แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง รัตนา ยุพกรณ์ · จำเลย - นาง รัศมี พล แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2074/2545ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 10166/2539ฎีกา 394/2550ฎีกา 106/2536ฎีกา 3496/2526ฎีกา 10588/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 613/2529ฎีกา 806/2518ฎีกา 7635/2543ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 6052/2537ฎีกา 2013/2531ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 1909/2538ฎีกา 3145/2545ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1776/2541ฎีกา 1816/2511ฎีกา 3005/2541ฎีกา 2372/2524ฎีกา 390/2506ฎีกา 1664/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ