คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2216/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพักงานที่จะเป็นการลงโทษทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับ ต้องเป็นการพักงานชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าจ้างในระหว่างนั้นเท่านั้น หากมีการจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงาน ถือว่าไม่ใช่การลงโทษทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
ระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ระบุการลงโทษทางวินัยแก่พนักงานที่กระทำความผิดฯ ว่า..."(3) ให้พักงานชั่วคราว โดยไม่จ่ายค่าจ้างในระหว่างนั้น" การให้พักงานที่จะเป็นการลงโทษทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าว jจะต้องเป็นการให้พักงานชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าจ้างในระหว่างนั้น จำเลยให้โจทก์พักงานชั่วคราวเพื่อสอบสวน โดยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามปกติ จึงไม่ถือเป็นการลงโทษในความผิดที่โจทก์ได้กระทำไปแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.47 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.11
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๓ จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ต่อมาวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๓ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ อ้างว่าโจทก์ก่อเหตุพูดจาก้าวร้าว แสดงกิริยาใช้คำพูดยั่วยุหมิ่นประมาทผู้บังคับบัญชา กับได้เจตนาทำลายทรัพย์สินของโรงแรม ซึ่งไม่เป็นความจริงและจำเลยลงโทษพักงานโจทก์เป็นเวลา ๗ วันแล้ว การเลิกจ้างดังวกล่าวเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และคืนเงินสะสม
จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ่างโจทก์เนื่องจากโจทก์พูดจาก้าวร้าว หมิ่นประมาทผู้บังคับบัญชา ทำลายทรัพย์ของนายจ้างไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จึงมิใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์กระทำผิดวินัยตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยในกรณีร้ายแรง ที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์เป็นเวลา ๗ วันก็เพื่อสอบสวน และจำเลยได้จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามปกติ ไม่ถือเป็นการลงโทษ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำความผิดของโจทก์ที่จำเลยอ้างเป็นเหตุเลิกจ้างโจทก์นั้นจำเลยได้มีคำสั่งลงโทษพักงานโจทก์ไปแล้วแม้จำเลยจะจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงานให้แก่โจทก์ ก็ถือว่าเป็นการลงโทษในความผิดที่โจทก์ได้กระทำไปแล้ว การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการลงโทษโจทก์ซ้ำซ้อนในความผิดเดียวกัน ซึ่งจำเลยไม่อาจกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมต้องถือว่าจำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด และเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชย และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์นั้นปรากฏว่าระเบียบข้อบังคับของบริษัทดุสิตธานี จำกัด เอกสารหมาย จ.๓ข้อ ๘ ซึ่งว่าด้วยระเบียบการลงโทษความผิดทางวินัย ได้ระบุไว้ว่า "ในกรณีที่พนักงานกระทำความผิด ทุจริต หรือฝ่าฝืนระเบียบคำสั่ง หรือข้อบังคับของโรงแรมฯ โรงแรมฯ จะถือมาตรการลงโทษซึ่งได้วางไว้เป็นมาตรฐานดังต่อไปนี้มาตรการใดมาตรการหนึ่งก็ได้ โดยพิจารณาความหนักเบาของความผิดทางวินัยของพนักงานแต่ละกรณี
(๑) ตักเตือนด้วยวาจา
(๒) ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร (ทำทัณฑ์บน)
(๓) ให้พักงานชั่วคราว โดยไม่จ่ายค่าจ้างในระหว่างนั้น
(๔) เลิกจ้าง (โดยไม่จ่ายค่าชดเชย)"ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าวเห็นได้ว่า การให้พักงานที่เป็นการลงโทษทางวินัยแก่พนักงานจะต้องเป็นการให้พักงานชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าจ้างในระหว่างนั้นคดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาว่า ก่อนที่จำเลยจะเลิกจ้างนั้น จำเลยได้สั่งพักงานโจทก์เป็นเวลา ๗ วัน เพื่อการสอบสวน และจำเลยได้จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามปกติ การที่จำเลยสั่งให้โจทก์พักงานในกรณีดังกล่าวจึงไม่ถือว่าเป็นการลงโทษในความผิดที่โจทก์ได้กระทำไปแล้ว และการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นการลงโทษซ้ำซ้อนในความผิดเดียวกัน
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2216/2533
นายธีรพล จรัสรุ่งวิภากุล โจทก์
บริษัทดุสิตธานี จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายธีรพล จรัสรุ่งวิภากุล · จำเลย - บริษัทดุสิตธานี จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · เคียง บุญเพิ่ม · ตัน เวทไว |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายประเสริฐ จันทรเวช · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา