⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2236-2237/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2236-2237/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างลาหยุดโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดบ่อยครั้ง หากนายจ้างอนุญาตให้ลาหยุดแล้ว จะถือว่าลูกจ้างกระทำผิดไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

มารดาโจทก์เป็นโรคความดันโลหิตสูงซึ่งได้ รับการรักษาตามปกติไม่ปรากฏว่ามีอาการรุนแรงและเฉียบพลัน และไม่ได้ป่วยหนักจนเป็นเหตุให้โจทก์ต้องรีบเดินทางไปทันที การที่โจทก์ขาดงานไปเยี่ยมมารดาโดยไม่ลากิจให้ถูกต้อง จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร การที่นายจ้างมีระเบียบห้ามมิให้ลูกจ้างลาหยุดโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำนั้น มิได้หมายความว่าถ้าลูกจ้างฝ่าฝืนแล้วจะต้องมีความผิด เพราะถ้าลูกจ้างยื่นใบลาโดยไม่มีเหตุสมควรหรือลาหยุดบ่อย นายจ้างก็สามารถจะไม่อนุญาตให้ลาหยุดได้ ถ้าลูกจ้างลาหยุดโดยนายจ้างอนุญาตแล้ว แม้เป็นการลาหยุดโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำ จะถือว่าเป็นความผิดของลูกจ้างไม่ได้ และการลากิจ ลาป่วยบ่อย ๆ ของลูกจ้าง ไม่ใช่การกระทำผิดไม่ต้องด้วย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.47 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างของจำเลยเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๒ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยโจทก์ทั้งสองไม่มีความผิด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ทั้งสอง และให้รับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานในหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม หรือให้จ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ลาป่วยและลากิจฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยเป็นประจำทั้ง ๆ ที่มิได้ป่วยหรือมีกิจอันจำเป็น จำเลยเคยตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้ว แต่โจทก์ที่ ๑ ก็กระทำผิดซ้ำคำเตือนอีก ส่วนโจทก์ที่ ๒ ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองได้ตามกฎหมาย และไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๑๔,๙๔๐ บาท คำขออื่นให้ยก โจทก์ที่ ๒ และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ที่ ๒ ลางานไม่ถูกต้องตามระเบียบของจำเลยการที่โจทก์ที่ ๒ อ้างว่าจำเป็นต้องไปเยี่ยมมารดานั้น มารดาโจทก์ที่ ๒ เป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งก็ได้รับการรักษาตามปกติ ไม่ได้ปรากฏว่ามีอาการรุนแรงและเฉียบพลันแต่อย่างใด อาการป่วยของมารดาโจทก์ที่ ๒ เช่นนี้ เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่โจทก์ที่ ๒ จะต้องรีบเดินทางไปเยี่ยม เมื่อโจทก์ที่ ๒ ลางานโดยไม่ถูกต้องแล้วไม่มาทำงานจึงเป็นการละทิ้งหน้าที่เกินสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมานี้ ศาลฎีกาเห็นว่า การขาดงานของโจทก์ไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนที่โจทก์ที่ ๒จะไม่ไปทำงาน โดยไม่ลากิจให้ถูกต้องตามระเบียบของจำเลย เพราะมารดาโจทก์ที่ ๒ ไม่ได้ป่วยหนักจนเป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๒ ต้องรีบเดินทางไปทันที กรณีนี้โจทก์ที่ ๒ ควรจะลากิจให้ถูกต้องเสียก่อนแล้วจึงจะหยุดงานไปได้ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การไม่มาทำงานของโจทก์ที่๒ เป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น ปรากฏว่าจำเลยได้กำหนดในระเบียบเอกสารหมาย ล.๒ หมวดที่ ๗ วินัย โทษทางวินัยและความผิดสถานหนักข้อ ๙ ว่า "ไม่มาทำงานสายหรือลาหยุดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำ" ระเบียบนี้แม้มีข้อห้ามมิให้ลูกจ้างลาหยุดโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำก็เป็นเพียงข้อห้ามเท่านั้น มิได้หมายความว่าถ้าลูกจ้างฝ่าฝืนแล้วจะต้องมีความผิด เพราะว่าถ้าลูกจ้างผู้ใดได้ยื่นใบลาโดยไม่มีเหตุอันสมครหรือลาหยุดบ่อยเกินไปจำเลยผู้เป็นนายจ้างชอบที่จะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ลูกจ้างผู้นั้นลาหยุดได้ ถ้าลูกจ้างลาหยุดโดยได้รับอนุญาตจากจำเลยแล้ว แม้เป็นการลาหยุดโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำ จะถือว่าเป็นความผิดของลูกจ้างหาได้ไม่ เพราะนายจ้างเป็นผู้อนุญาตเอง เว้นแต่ในกรณีที่นายจ้างเห็นว่าลูกจ้างลาหยุดบ่อย ๆ ไม่มีสมรรถภาพในการทำงาน นายจ้างก็อาจเลิกจ้างได้ แต่หาใช่เป็นการเลิกจ้างที่ลูกจ้างกระทำความผิดไม่ เอกสารหมาย ล.๓ และ ล.๔ ที่จำเลยอ้างว่าเป็นคำเตือนนั้นก็ปรากฏข้อความตักเตือนโจทก์ที่ ๑ ว่าลาป่วยมาก ถ้าป่วยจริงก็แสดงว่ามีสุขภาพไม่แข็งแรงเท่านั้น ส่วนข้อความว่าถ้าไม่ป่วยจริงก็เป็นการทุจริต จะถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยนั้น ก็เป็นเพียงข้อความที่จำเลยเน้นให้โจทก์ที่ ๑ ทราบว่าถ้าไม่ป่วยจริงก็จะถูกลงโทษเท่านั้น ไม่ปรากฏว่ามีการกล่าวหาว่าโจทก์ที่ ๑ ลาป่วยเท็จแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำตักเตือนโจทก์ที่ ๑ เพราะกระทำผิดระเบียบของจำเลย อีกทั้งการลากิจ ลาป่วยบ่อย ๆ ของโจทก์ที่ ๑ ก็ไม่ใช่การกระทำผิดแต่อย่างใด จึงไม่ต้องด้วยประกาศแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗(๓) ที่จะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามที่จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานแลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ ๑ ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2236 - 2237/2533 นายสมชาย จิรรัตน์พิทักษ์ กับพวก โจทก์ บริษัทมาบุญครองศิริชัยหินอ่อน จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมชาย จิรรัตน์พิทักษ์ กับพวก · จำเลย - บริษัทมาบุญครองศิริชัยหินอ่อน จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · ปรีชา ธนานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายปรีชา บุญญานันต์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 995/2529ฎีกา 5609/2542ฎีกา 12194-12198/2553ฎีกา 1996/2528ฎีกา 359/2541ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2652/2523ฎีกา 3116/2529ฎีกา 4091/2549ฎีกา 2459/2525ฎีกา 4533/2549ฎีกา 3801/2531ฎีกา 6877/2544ฎีกา 7083/2548ฎีกา 2222/2560ฎีกา 2133/2531ฎีกา 5396/2540ฎีกา 4812/2550ฎีกา 3355/2535ฎีกา 1221/2549ฎีกา 897/2547ฎีกา 258/2545ฎีกา 255/2531ฎีกา 7044/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา