⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2329/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2329/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตักเตือนเป็นหนังสือตามมาตรา 123(3) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 จะมีผลใช้บังคับก่อนหรือหลังข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับก็ได้ หากลูกจ้างได้กระทำผิดซ้ำคำตักเตือนเป็นหนังสือ นายจ้างย่อมเลิกจ้างลูกจ้างได้

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(3) ที่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในกรณีฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายโดยนายจ้างได้ว่ากล่าวและตักเตือนเป็นหนังสือแล้วนั้น หนังสือตักเตือนดังกล่าวจะมีอยู่ก่อนหรือมีขึ้นภายหลังจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับก็ได้ เมื่อปรากฏว่าก่อนที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ นายจ้างเคยตักเตือนลูกจ้างเป็นหนังสือมาแล้ว และลูกจ้างได้มา กระทำผิดซ้ำคำตักเตือนเป็นหนังสือภายหลังข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใช้บังคับอีก นายจ้างย่อมเลิกจ้างลูกจ้างได้ตามบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.123

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยมีคำสั่งที่ ๓๗/๒๕๓๒ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๓๒ ให้โจทก์รับนายสถิตย์ จิตรสะอาด เข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิมพร้อมจ่ายค่าเสียหาย หรือให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายจำนวน ๑๒,๒๐๐ บาทโดยอ้างว่าโจทก์เลิกจ้างนายสถิตย์ฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริงโจทก์เลิกจ้างนายสถิตย์ก็เพราะนายสถิตย์ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหลายครั้ง ซึ่งโจทก์เคยตักเตือนเป็นหนังสือแล้วต่อมาวันที่ ๒๖ และ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๒ นายสถิตย์ได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรอีกซึ่งฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ โจทก์จึงเลิกจ้างได้ จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๓๗/๒๕๓๒ ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การว่า คำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง เพราะวันที่ ๒๖ และ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๒ นายสถิตย์ป่วยโดยยื่นใบลาและได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา และมีใบรับรองแพทย์ หากจะฟังว่าละทิ้งหน้าที่ก็มิใช่ความผิดร้ายแรงและเป็นความผิดครั้งแรกหลังข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ โจทก์ไม่มีสิทธิเลิกจ้างนายสถิตย์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๓๒/๒๕๓๒ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๓๒ ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยทั้งสิบเอ็ดอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยทั้งสิบเอ็ดอุทธรณ์ว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘มาตรา ๑๒๓(๓) นั้น ต้องเป็นการกระทำผิดซ้ำคำตักเตือนที่ออกระหว่างสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าหลังจากที่โจทก์และพนักงานของโจทก์มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกิดจากการแจ้งข้อเรียกร้องแล้ว นายสถิตย์เพิ่งทำผิดระเบียบโดยขาดงานเป็นครั้งแรก โจทก์ไม่มีสิทธิเลิกจ้างนายสถิตย์ด้วยเหตุดังกล่าวนั้น ข้อเท็จจริงยุติตามที่แรงงานกลางวินิจฉัยว่าดจทก์เคยตักเตือนนายสถิตย์เป็นหนังสือเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒เรื่องขาดงาน ตามเอกสารหมาย จ.๘ ก่อนที่จะมีการยื่นข้อเรียกร้องที่นายสถิตย์เป็นผู้แทนเจรจา ข้อเรียกร้องสามารถตกลงกันได้โดยได้ทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกันเมื่อวันที่ ๒๘กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘มาตรา ๑๒๓ บัญญัติว่า "ในระหว่างข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับ ห้ามมิให้นายจ้างเลิกจ้าง ลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง...ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่บุคคลดังกล่าว...(๓) ฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างโดยนายจ้างได้ว่ากล่างและตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว..."ตามบทบัญญัติของมาตรานี้ที่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในกรณีฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายโดยนายจ้างได้ว่ากล่าวและตักเตือนเป็นหนังสือแล้วนั้น มิได้บัญญัติไว้ให้เห็นเลยว่าต้องเป็นหนังสือตักเตือนที่มีขึ้นหลังจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ หรือการกระทำผิดซ้ำคำตักเตือนเป็นหนังสือที่ได้ตักเตือนก่อนข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีผลใช้บังคับนั้นไม่ถือเป็นการกระทำผิดซ้ำคำตักเตือน ทั้งการยื่นข้อเรียกร้องนั้นก็ไม่มีบทกฎหมายใดให้ถือว่าหนังสือตักเตือนที่มีอยู่ก่อนนั้นสิ้นผลไป โจทก์จึงเลิกจ้างนายสถิตย์ได้ตามบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2329/2533 บริษัทอินเตอร์เพิร์น จำกัด โจทก์ นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอินเตอร์เพิร์น จำกัด · จำเลย - นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · เคียง บุญเพิ่ม · ก้าน อันนานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 768/2533ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 3943/2557ฎีกา 7420/2537ฎีกา 1392/2544ฎีกา 1332/2543ฎีกา 608/2550ฎีกา 1731/2534ฎีกา 1683/2535ฎีกา 8311/2559ฎีกา 3101-3102/2523ฎีกา 3383/2536ฎีกา 144/2544ฎีกา 2675/2524ฎีกา 137/2524ฎีกา 2042/2525ฎีกา 4532/2541ฎีกา 3491/2525ฎีกา 377/2542ฎีกา 482/2527ฎีกา 8706/2543ฎีกา 681/2532ฎีกา 2085/2527ฎีกา 1353-1368/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา