⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2331/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: สิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับเดิมก่อนการโอนไปเป็นพนักงานของการประปาส่วนภูมิภาค จะได้รับต่อไปจนกว่าจะได้รับการบรรจุแต่งตั้ง แต่เมื่อได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว จะได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม แต่ไม่รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่อาจสิ้นสุดลงตามข้อบังคับของการประปาส่วนภูมิภาค

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติมาตรา 52 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2522 ที่ว่า "ให้ข้าราชการหรือลูกจ้างที่โอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ กปภ.ตามวรรคหนึ่ง ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เท่าที่เคยได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อนจนกว่าผู้ว่าการจะได้บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แต่จะแต่งตั้งให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เดิมไม่ได้ มีความหมายว่าข้าราชการหรือลูกจ้างที่จะโอนไปเป็นพนักงานของจำเลย จะได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมเมื่อยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งจากผู้ว่าการของจำเลย แต่เมื่อได้รับการบรรจุแต่งตั้งจากผู้ว่าการของจำเลยแล้ว คงมีเงื่อนไขว่าจะแต่งตั้งให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเดิมไม่ได้ โดยไม่รวมถึงสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ ด้วย เดิมโจทก์รับราชการอยู่กองประปา ชนบท กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน แต่ตามคำฟ้องไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าค่าเช่าบ้านดังกล่าวเป็นค่าจ้างจึงถือว่าเป็นเงินสวัสดิการ จัดเป็นเงินประเภท "สิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ" ตามพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค มาตรา 52 วรรคสาม ดังนั้น เมื่อโจทก์โอนมาเป็นพนักงานของจำเลยและได้รับบรรจุแต่งตั้งจากผู้ว่าการของจำเลยแล้ว โจทก์จึงไม่อาจเรียกร้องค่าเช่าบ้านที่ได้รับอยู่เดิมจากจำเลยได้ ข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. 2523 ข้อ 5(2) กำหนดว่า "ผู้ซึ่ง กปภ.บรรจุและแต่งตั้งให้เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรกในท้องที่ใดและยังคงปฏิบัติงานประจำในท้องที่นั้น ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน" ดังนั้น เมื่อโจทก์ได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรกใน กรุงเทพมหานคร และยังคงปฏิบัติงานประจำอยู่ในกรุงเทพมหานคร โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้าน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.68 พระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ.2522 ม.52

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๒๒ จำเลยได้รับโอนโจทก์มาจากกองประปาชนบท กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มาเป็นพนักงานของจำเลย ก่อนโจทก์โอนมาเป็นพนักงานของจำเลย โจทก์ได้รับค่าเช่าบ้านเดือนละ ๒๘๖ บาท เมื่อโอนมาเป็นพนักงานของจำเลยแล้ว จำเลยได้จ่ายค่าเช่าบ้านให้โจทก์เดือนละ ๒๘๖ บาท จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๒ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๒ จำเลยระงับการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านให้โจทก์โดยออกข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๒๓ และต่อมาได้ประกาศใช้ข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน เป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์ และขัดต่อพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๒ วรรคสาม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเช่าบ้านพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังว่า เดิมโจทก์รับราชการอยู่ที่กองประปากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านเดือนละ๒๘๖ บาท เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๒๒ โจทก์ได้โอนมาเป็นพนักงานของจำเลย นับตั้งแต่วันโอนมาจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๒ โจทก์ไม่เคยได้รับเงินค่าเช่าบ้านจากจำเลยตามที่โจทก์กล่าวอ้างในคำฟ้องซึ่งเท่ากับศาลแรงงานกลางฟังว่า ในทางปฏิบัติระหว่างโจทก์และจำเลยไม่เคยมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมาก่อนว่าจำเลยได้จ่ายค่าเช่าบ้านให้แก่โจทก์ ดังนั้นจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณแก่โจทก์ อันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ปัญหาว่า การที่จำเลยไม่จ่ายค่าเช่าบ้านให้โจทก์ตามสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่เดิมถือว่าเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๒ วรรคสาม หรือไม่ พิเคราะห์แล้วตามบทมาตราดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า "ให้ข้าราชการหรือลูกจ้างที่โอนไปเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของ กปภ. ตามวรรคหนึ่ง ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมไปพลางก่อนจนกว่าผู้ว่าการจะได้บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แต่จะแต่งตั้งให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เดิมไม่ได้" ตามบทบัญญัติข้างต้นย่อมมีความหมายว่า ข้าราชการหรือลูกจ้างที่จะโอนไปเป็นพนักงานของจำเลย จะได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างรวมทั้งสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่เคยได้รับอยู่เดิมเมื่อยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการของจำเลย แต่เมื่อได้รับการบรรจุแต่งตั้งจากผู้ว่าการของจำเลยแล้ว คงมีเงื่อนไขว่าจะแต่งตั้งให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่าเดิมไม่ได้ โดยไม่รวมถึงสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ ด้วย ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้รับบรรจุและแต่งตั้งจากผู้ว่าการของจำเลยให้เป็นนายช่างโยธา ฝ่ายประปาชนบท ตั้งแต่วันที่ ๒๘ พฤษถาคม ๒๕๒๒ตามสำเนาคำสั่งการประปาส่วนภูมิภาค ที่ ๑๕/๒๕๒๒ เรื่อง บรรจุและแต่งตั้งพนักงานเอกสารหมาย ล.๔ นับแต่วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๒๒เป็นต้นมา โจทก์ไม่อาจเรียกร้องสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ เท่ากับที่ได้รับอยู่เดิมเว้นแต่เงินเดือนหรือค่าจ้าง ค่าเช่าบ้านที่โจทก์เรียกร้องมาในคดีนี้ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในคำฟ้องว่าเป็นค่าจ้างจึงถือว่าเป็นเงินสวัสดิการจัดเป็นเงินประเภท "สิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ" ซึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยได้ การที่จำเลยไม่จ่ายค่าเช่าบ้านให้โจทก์ จึงหาขัดต่อพระราชบัญญัติการประปาส่วนภูมิภาค พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๒ วรรคสาม ไม่ ส่วนปัญหาว่า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามข้อบังคับการประปาส่วนภูมิภาคว่าด้วยการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านของผู้ปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๒๓ เอกสารหมาย ล.๑ หรือไม่ เห็นว่ากรณีนี้ตามข้อบังคับดังกล่าวได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าเช่าบ้านไว้ในข้อ ๕(๒) ว่าผู้ซึ่ง กปภ.บรรจุและแต่งตั้งให้เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรกในท้องที่ใด และยังคงปฏิบัติงานประจำในท้องที่นั้น ไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้าน ซึ่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้รับบรรจุและแต่งตั้งให้เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรกในกรุงเทพมหานครและยังคงปฏิบัติงานประจำอยู่ในกรุงเทพมหานคร จึงฟังได้ว่าตามข้อบังคับดังกล่าวข้อ ๕(๒) โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้าน การที่จำเลยไม่จ่ายค่าเช่าบ้านให้โจทก์จึงเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับแล้ว และไม่เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒๐ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2331/2533 นายสุจินต์ ฉิมมณี โจทก์ การประปาส่วนภูมิภาค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุจินต์ ฉิมมณี · จำเลย - การประปาส่วนภูมิภาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ศักดา โมกขมรรคกุล · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิบูลย์ สุนทรวิภาต · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3775-3776/2529ฎีกา 3539/2524ฎีกา 2410/2527ฎีกา 2294/2529ฎีกา 1128/2525ฎีกา 2524-2525/2527ฎีกา 51/2537ฎีกา 3756/2529ฎีกา 71/2531ฎีกา 1019/2532ฎีกา 289/2525ฎีกา 4519/2531ฎีกา 2265/2523ฎีกา 2521-2522/2532ฎีกา 658/2528ฎีกา 1615/2527ฎีกา 682/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา