คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3032/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คดีอาญาที่โจทก์เป็นโจทก์ร่วมสิ้นสุดลงโดยยกฟ้องเพราะขาดอายุความร้องทุกข์ ไม่ถือว่าเป็นการวินิจฉัยถึงมูลความผิดในคดีแพ่ง จึงไม่ทำให้สิทธิฟ้องคดีแพ่งของโจทก์ระงับไป.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่กล่าวหาว่าหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยเอกสาร แม้ว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีอาญาอันเนื่องจากการกระทำเดียวกัน แต่คดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องเนื่องจากโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 กรณีของโจทก์คดีนี้จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 51 จึงต้องใช้อายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรก.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๕ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามด้วยการโฆษณาด้วยเอกสาร ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ต่อมาวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน ๕๒,๐๐๐ บาท ขอบังคับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหาย ๕๒,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๒,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยทั้งสี่ให้การว่า ได้ร่วมกันยื่นหนังสือร้องเรียนโจทก์จริง การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด เพราะจำเลยได้ทำไปเพื่อความชอบธรรมของประชาชนโดยส่วนรวม ข้อความที่ร้องเรียนก็เป็นความจริง หากโจทก์เสียหายก็ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ฟ้องโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยทั้งสี่ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้โดยกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสี่หมิ่นประมาทโจทก์ด้วยเอกสาร แม้ว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีอาญาอันเนื่องจากการกระทำเดียวกันแต่คดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องเนื่องจากโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด ๓ เดือนนับแต่วันที่รู้เครื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ปรากฏตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๔๖๔/๒๕๒๙ กรณีของโจทก์คดีนี้จึงไม่อยู่ในหลกัเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๑จึงต้องใช้อายุควา ๑ ปี นับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวจะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๔๘ วรรคแรกโจทก์บรรยายฟ้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอาญาเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ แสดงว่าโจทก์ต้องรู้ว่าจำเลยทั้งสี่กระทำการดังที่โจทก์กล่าวอ้างก่อนหน้านั้น หรืออย่างช้าในวันดังกล่าวโจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่๕ เมษายน ๒๕๒๘ เกินกำหนด ๑ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้น"
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3032/2533
นายยุติ เกิดกล้า โจทก์
นายใส มิ่งเมือง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายยุติ เกิดกล้า · จำเลย - นายใส มิ่งเมือง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม เฟื่องฟุ้ง · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา