⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3046/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3046/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเอกสารอยู่ในสำนวนคดีแล้ว ศาลมีดุลพินิจในการรับฟังและเชื่อพยานหลักฐานนั้นได้ โดยไม่จำเป็นว่าคู่ความที่ได้รับประโยชน์จากเอกสารจะต้องเป็นผู้นำสืบ

ย่อคำพิพากษา

เมื่อเอกสารที่ใช้ในการวินิจฉัยคดีรวมอยู่ในสำนวนคดีที่จำเลยระบุอ้างเป็นพยานเอกสารนั้นจึงเข้าสู่สำนวนความของศาลโดยถูกต้อง การที่ศาลจะฟังและเชื่อพยานหลักฐานในส่วนไหนอย่างไรในสำนวนเป็นดุลพินิจของศาล ไม่จำเป็นว่าคู่ความที่ได้รับประโยชน์จากเอกสารนั้นจะต้องเป็นฝ่ายระบุอ้างและนำเข้าสู่สำนวนความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ว่าจ้างให้โจทก์ทาสีโรงฝึกงานของโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ โจทก์ทำงานเสร็จเรียบร้อย แต่จำเลยไม่ชำระค่าจ้าง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๑๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยว่าจ้างโจทก์ให้ทาสีโรงฝึกงานของโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังเอกสารหมาย จ.๕ ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๒๘๖/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์ทราบดีว่าโจทก์มีเอกสารหมาย จ.๕ ไว้ในครอบครองของโจทก์ แต่โจทก์ไม่ได้ระบุอ้างพยานเอกสารดังกล่าวนี้ไว้ในบัญชีระบุพยานของโจทก์ในคดีนี้ เป็นการเอาเปรียบจำเลย ศาลล่างทั้งสองรับฟังเอกสารดังกล่าวจึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า จำเลยเป็นผู้ระบุอ้างสำนวนคดีแพ่งดังกล่าวพร้อมทั้งสรรพเอกสารในสำนวนเป็นพยาน ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้นำสำนวนคดีแพ่งดังกล่าวรวมไว้พิจารณาในคดีนี้แล้ว ดังนั้นเอกสารหมาย จ.๕ จึงเข้าสู่สำนวนของศาลโดยถูกต้อง การที่ศาลล่างทั้งสองจะฟังและเชื่อพยานหลักฐานในส่วนไหนอย่างไรในสำนวนเป็นดุลพินิจของศาลโดยไม่จำเป็นว่าเอกสารดังกล่าวโจทก์จะต้องเป็นฝ่ายระบุอ้างและนำเข้าสู่สำนวน ถือว่าเป็นการรับฟังจากพยานหลักฐานของคู่ความในสำนวนนั่นเอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3046/2533 นายวุฒิศักดิ์ ธีรภาพขจรเดช โจทก์ นายสุทัศน์ ทิศคำนวณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวุฒิศักดิ์ ธีรภาพขจรเดช · จำเลย - นายสุทัศน์ ทิศคำนวณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายพันธ์เลิศ บุญเลี้ยง · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1913/2520ฎีกา 324/2504ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 1368/2510ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 269/2520ฎีกา 1384/2518ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 1969/2515ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 2752/2537ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 235/2538ฎีกา 8358/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา