คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2533
ป.อาญา ม.264, 265, 268 · ป.วิ.อาญา ม.218
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องและลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อยที่ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดในข้อหาปลอมเอกสารตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 265 ให้จำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 จำคุก 1 ปี เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มิได้แก้ บทมาตราแห่งความผิด เพียงแต่ ปรับบทกฎหมายที่ลงโทษให้ถูกต้อง และยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหาปลอมเอกสารตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก จำเลยฎีกาว่า คำพยานโจทก์ไม่น่าเชื่อ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดข้อหานี้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษ หรือลงโทษสถานเบาในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดย ไม่ได้รับอนุญาต เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อความผิดข้อหานี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตาม ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๙๑, ๓๒, ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒ และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๙๑, ๓๒, ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา๗, ๗๒ วรรคหนึ่ง ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม จำคุก ๒ ปี ฐานมีอาวุธปืนจำคุก ๑ ปี มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้หนึ่งในสามคงลงโทษฐานใช้เอกสารปลอม จำคุก ๑ ปี ๔ เดือน และลดโทษกึ่งหนึ่งสำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืน คงจำคุก ๖ เดือน รวมจำคุกจำเลย ๑ ปี ๑๐ เดือน ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ วางโทษจำคุก ๑ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก ๘ เดือน รวมกับโทษจำคุกฐานมีอาวุธปืนในครอบครองอีก ๖ เดือนคงจำคุก ๑๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในข้อหาปลอมเอกสารนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ แต่ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ให้จำคุก ๒ ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๕ จำคุก ๑ ปร เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มิได้แก้บทมาตราแห่งความผิด เพียงแต่ปรับบทกฎหมายที่ลงโทษให้ถูกต้อง และศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก จำเลยฎีกาว่าคำเบิกความของพยานโจทก์ไม่น่าเชื่อ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดในข้อหานี้ เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
สำหรับฎีกาข้อต่อไปของจำเลยที่ขอให้ศาลฎีการอการลงโทษให้จำเลยหรือลงโทษสถานเบาในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ปรากฏว่าความผิดตามข้อหานี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้โดยมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายกฎีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2533
อัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์
นายสมาน บัวดอก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นายสมาน บัวดอก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัมพร เดชศิริ · เดชา สุวรรณโณ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสุภกิจ กิตสัมบันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา