คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3854/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงเรื่องค่าทนายความที่กำหนดอัตราไว้โดยประมาณและให้สิทธิแก่คู่ความในการกำหนดจำนวนเงินที่แน่นอน ย่อมผูกพันคู่สัญญาตามที่ตกลงกันไว้.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองแต่งตั้งให้โจทก์เป็นทนายความฟ้องเรียกโฉนดที่ดินคืนจากธนาคารโดยตกลงกันว่าเมื่อคดีเสร็จแล้วจำเลยทั้งสองจะชำระค่าทนายให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเงินโดยประมาณไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาที่ดินแต่ละแปลง จึงเป็นการให้สิทธิแก่ทั้งสองฝ่ายที่จะกำหนดจำนวนเงินค่าจ้างว่าความและเป็นสิทธิของจำเลยทั้งสองที่จะชำระให้ไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาที่ดินแต่ละแปลงข้อตกลงดังกล่าวมิได้ให้สิทธิแก่โจทก์ฝ่ายเดียวที่จะเรียกเอาค่าจ้างจากจำเลยทั้งสองในอัตราประมาณไม่เกินร้อยละ 20 แต่ประการใด เมื่อคดีเสร็จและจำเลยทั้งสองได้ชำระค่าจ้างว่าความในอัตราดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้ว ย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสองชำระค่าจ้างว่าความให้โจทก์ตามข้อตกลงดังกล่าวแล้ว โจทก์จะฟ้องเรียกค่าจ้างว่าความจากจำเลยทั้งสองในอัตราร้อยละ 20 ของราคาที่ดินโดยจำเลยไม่ตกลงด้วยหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้แต่งตั้งให้โจทก์เป็นทนายฟ้องเรียกโฉนดที่ดินคืนจากธนาคาร สำหรับค่าจ้างว่าความจำเลยทั้งสองได้ตกลงว่าจะชำระให้เป็นจำนวนเงินโดยประมาณร้อยละไม่เกิน ๒๐ ของที่ดินพิพาทแต่ละแปลงและจะชำระให้เมื่อคดีเสร็จ เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ธนาคารคืนโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองแล้ว จำเลยทั้งสองชำระค่าจ้างว่าความให้คนละ ๕,๐๐๐ บาท เท่านั้นขอศาลบังคับให้จำเลยที่ ๑ ชำระค่าจ้างว่าความที่ค้างชำระ ๖๕,๐๐๐ บาท และให้จำเลยที่ ๒ ชำระค่าจ้างว่าความที่ค้างชำระ ๘๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การว่า ได้ตกลงให้โจทก์ว่าความจริง สำหรับค่าจ้างว่าความตกลงไว้เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น และจำเลยได้ชำระให้โจทก์แล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องโจทก์เคลือบคลุม การตกลงเรียกค่าจ้างว่าความโดยคิดเปอร์เซ็นต์จากราคาที่ดินพิพาทและจะชำระให้เมื่อคดีเสร็จ เป็นข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระค่าจ้างว่าความให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน ๓๒,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๒ ชำระค่าจ้างว่าความให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน๓๘,๗๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏตามคำฟ้องว่า ค่าจ้างว่าความที่จำเลยทั้งสองแต่งตั้งให้โจทก์เป็นทนายนั้น ได้ตกลงกันว่าเมื่อคดีเสร็จแล้ว จำเลยทั้งสองจะชำระค่าทนายให้แก่โจทก์โดยชำระเป็นจำนวนเงินโดยประมาณไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของราคาที่ดินแต่ละแปลง ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการให้สิทธิแก่ทั้งสองฝ่ายที่จะกำหนดจำนวนเงินค่าจ้างว่าความ และเป็นสิทธิของจำเลยทั้งสองที่จะชำระให้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของราคาที่ดินแต่ละแปลง ข้อตกลงดังกล่าวมิได้ให้สิทธิแก่โจทก์ฝ่ายเดียวที่จะเรียกเอาค่าจ้างจากจำเลยทั้งสองในอัตราประมาณไม่เกินร้อยละ ๒๐ แต่ประการใด ปรากฏว่าเมื่อคดีเสร็จแล้วจำเลยทั้งสองได้ชำระค่าจ้างว่าความให้แก่โจทก์แล้ว ย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ชำระค่าจ้างว่าความให้โจทก์ตามข้อตกลงดังที่โจทก์กล่าวในฟ้องแล้ว การที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างว่าความจากจำเลยทั้งสองในอัตราร้อยละ ๒๐ ของราคาที่ดินที่เรียกโฉนดคืนโดยถือว่าจำเลยที่ ๑ยังค้างชำระเป็นเงิน ๖๕,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๒ ยังค้างชำระเป็นเงิน ๘๕,๐๐๐ บาท โดยจำเลยไม่ตกลงด้วยหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าจ้างว่าความให้แก่โจทก์จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาทและพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3854/2533
นายประจักษ์ ศรีเทพ โจทก์
บุญธัญญลักษณ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประจักษ์ ศรีเทพ · จำเลย - บุญธัญญลักษณ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายพิชิต คำแฝง · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม มั่งมีดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา