คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3862/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตั้งตัวแทนเพื่อทำสัญญาเช่าซื้อซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ จึงต้องทำเป็นหนังสือด้วย มิฉะนั้นการตั้งตัวแทนจะไม่มีผลผูกพัน และสัญญาเช่าซื้อที่ตัวแทนทำไปจะตกเป็นโมฆะ ส่งผลให้ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดตามไปด้วย
ย่อคำพิพากษา
การเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อทำสัญญาเช่าซื้อจึงต้องทำเป็นหนังสือด้วย
โจทก์อ้างแต่สำเนาเอกสารใบมอบอำนาจให้ตัวแทนไปทำสัญญาเช่าซื้อแทน โดยไม่นำต้นฉบับเอกสารมาแสดง จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ถือว่าการตั้งตัวแทนของโจทก์ดังกล่าวไม่ได้ทำเป็นหนังสือ ตัวแทนของโจทก์จึงไม่มีอำนาจลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อแทนได้ เมื่อโจทก์ไม่ได้ลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่าซื้อตกเป็นโมฆะผู้เช่าซื้อไม่ต้องรับผิด
เมื่อผู้เช่าซื้อไม่ต้องรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อซึ่งตกเป็นโมฆะผู้ค้ำประกันผู้เช่าซื้อก็ไม่ต้องรับผิดด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้มอบอำนาจให้นางจงกลณี เขมะชิต และ นายอุดม เตรียมดำรงค์ เป็นผู้มีอำนาจลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อในฐานะผู้ให้เช่าซื้อแทนโจทก์จำเลยที่ ๑ ได้เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ ๑ คัน ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อกันไว้ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดชอบร่วมกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อโจทก์ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันตั้งแต่วันผิดนัด จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์ แต่ไม่ได้ส่งคืน ต่อมาโจทก์ยึดรถยนต์คืนได้ในสภาพเสียหายมาก การที่จำเลยที่ ๑ ไม่ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๐๓,๖๗๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าเอกสารหมาย จ.๓ เป็นสำเนาเอกสารใบมอบอำนาจ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดชำระค่าเสียหายตามฟ้องให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่าเมื่อได้ความว่า เอกสารหมาย จ.๓ เป็นสำเนาเอกสารใบมอบอำนาจที่โจทก์มอบอำนาจให้นางจงกลณี เขมะชิต และนายอุดม เตรียมดำรงค์ เป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมาย จ.๔ แทนโจทก์ โดยโจทก์ไม่ได้อ้างต้นฉบับเอกสารใบมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.๓ มาแสดง ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๒ วรรคสอง บังคับว่า สัญญาเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๙๘ ก็บังคับว่าการตั้งตัวแทนเพื่อกิจการนั้นต้องทำเป็นหนังสือด้วย การที่โจทก์อ้างแต่สำเนาเอกสารใบมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.๓ โดยไม่มาต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาแสดงต่อศาลให้เห็นว่ามีต้นฉบับเอกสารนั้น ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๓ บังคับว่า การอ้างเอกสารเป็นพยานนั้นให้ยอมรับฟังได้แต่ต้นฉบับเอกสารเท่านั้น การที่โจทก์อ้างสำเนาเอกสารใบมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.๓ จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ต้องถือว่า การตั้งตัวแทนของโจทก์ในการนี้ไม่ได้ทำเป็นหนังสือ นางจงกลณี เขมะชิต และนายอุดม เตรียมดำรงค์ จึงไม่มีอำนาจลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อแทนได้ คดีฟังได้ว่า โจทก์ไม่ได้ลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมาย จ.๔ สัญญาเช่าซื้อดังกล่าวตกเป็นโมฆะ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวไม่ได้ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ย่อมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ด้วย
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3862/2533
บริษัทสยามกลการ จำกัด โจทก์
นายบุญเลิศ ชาญโชคประเสริฐ กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทสยามกลการ จำกัด · ล. - นายบุญเลิศ ชาญโชคประเสริฐ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มงคล เปาอินทร์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายกำธร โพธิ์สุวัฒนากุล · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล รางชางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา