⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4613/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4613/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าเสียความสามารถในการประกอบการงานเป็นหนี้ค่าเสียหายในอนาคตที่มีกำหนดจำนวนแน่นอน โจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา

ย่อคำพิพากษา

ค่าเสียความสามารถประกอบการงานของโจทก์เป็นหนี้ค่าเสียหายในอนาคตมีกำหนดจำนวนแน่นอน ซึ่งโจทก์สามารถบังคบเป็นหนี้ค่าเสียหายในอนาคตมีกำหนดจำนวนแน่นอน ซึ่งโจทก์สามารถบังคับได้ในวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจึงสมควรคิดดอกเบี้ย ให้นับแต่วันที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับคือนับจากวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษามิใช่นับแต่วันฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.444

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2527 เวลากลางวันนายเฉลิม สระดี ลูกจ้างของจำเลยซึ่งได้กระทำการในทางการที่จ้างได้ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยด้วยความประมาทเลินเล่อโดยขับด้วยความเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นทางแยกจึงได้พุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์คันซึ่งโจทก์ขับมาเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ของโจทก์เสียหายเป็นเงิน 3,000 บาทและโจทก์ได้รับบาดเจ็ดสาหัสจนไม่สามารถประกอบกิจการงานได้โดยสิ้นเชิงตลอดชีวิต คิดเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายและค่าเสียความสามารถประกอบการงานในอนาคตเป็นเงิน417,600 บาท รวมค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสิ้น 420,600 บาทขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 420,600 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ค่าจ้างผู้ดูแลโจทก์เดือนละ 800 บาท ค่ารักษาพยาบาลและค่ายาเดือนละ 500 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า นายเฉลิม สระดี คนขับรถของจำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อ แต่เกิดเหตุเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์ที่ขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนรอบเมืองด้วยความเร็วสูงเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดในขณะที่ฝนตกหนัก และขับรถของโจทก์กินทางด้านขวาของถนนค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และค่ายาของโจทก์ไม่เกิน 5,000 บาทค่าเสียหายที่ไม่สามารถประกอบกิจการงานได้ตามปกติไม่เกิน 3,000 บาทและค่าเสียหายของรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 800 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 414,940 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป และให้จำเลยชำระค่ารักษาพยาบาลเดือนละ 400 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ทั้งนี้มีระยะไม่เกิน 10 ปี คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า " พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นคงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2527 นายเฉลิม สระดีลูกจ้างของจำเลยได้ขับรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน10-0871 อุบลราชธานี แล่นรับส่งคนโดยสารมาตามถนนวาริน - กันทรลักษ์ ในทางการที่จ้างของจำเลยชนกับรถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก-4698 อุบลราชธานีของโจทก์ ที่บริเวณทางแยกตัดกับถนนรอบเมือง โดยโจทก์ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเลี้ยวขวาออกมาจากถนนรอบเมืองเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ของโจทก์เสียหาย โจทก์ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถประกอบการงานได้ ที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของโจทก์ฝ่ายเดียว คนขับรถยนต์โดยสารของจำเลยมิได้ประมาท โดยอ้างว่ารถยนต์โดยสารของจำเลยแล่นมาตามทางเอกส่วนรถของโจทก์แล่นออกมาจากทางโท เกิดเหตุชนกันในช่องทางของรถจำเลยนั้นข้อเท็จจริงได้ความตามรายงานการเผชิญสืบของศาลชั้นต้นว่า ถนนรองเมือง กว้าง 9 เมตร ส่วนถนนวาริน - กันทรลักษ์ กว้างเพียง 7 เมตร ถนนทั้งสองสายดังกล่าวข้างต้นมีอักษรเขียนไว้บนผิดจราจรก่อนถึงทางแยกที่เกิดเหตุเตือนให้รถบรรทุกคันลดความเร็วและหยุดรถก่อนขับเข้าสู่ทางแยกดังกล่าวฟังได้ว่านายเฉลิม ลูกจ้างจำเลยขับรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์จริงตามที่โจทก์นำสืบ สำหรับค่าเสียความสามารถประกอบการงานของโจทก์นั้นเป็นหนี้ค่าเสียหายในอนาคตมีกำหนดจำนวนแน่นอน ซึ่งโจทก์สามารถบังคับได้ในวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจึงสมควรคิดดอกเบี้ยให้นับแต่วันที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับ คือนับจากวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษามิใช่นับแต่วันฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 43,952 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง และชำระเงินจำนวน 288,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4613/2533 นางสาว เทียม จิต ร จังกาจิตต์ โจทก์ บริษัท เมล์ชมภู เดินรถ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว เทียม จิต ร จังกาจิตต์ · จำเลย - บริษัท เมล์ชมภู เดินรถ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 4623/2540ฎีกา 4225/2529ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2843/2546ฎีกา 2384/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3295/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 1145/2512ฎีกา 5887/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4563/2557ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1776/2541ฎีกา 7633/2550ฎีกา 75/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ