⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4697/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4697/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมีอาวุธมีดและแสดงท่าทีจะทำร้ายผู้เสียหายเพียงลำพัง ยังไม่ถือว่ามีเจตนาฆ่าผู้เสียหายตาม ป.อ.มาตรา 288

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดตาม ป.อ.มาตรา 288, 80 โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในความผิดดังกล่าวตาม ป.วิ.อ.มาตรา 220 จำเลยที่ 1 พาจำเลยที่ 2 กับพวกอีก 4 คน มาที่ร้านผู้เสียหาย แล้วรุมชกต่อยผู้เสียหาย แม้จำเลยที่ 2 ชักอาวุธมีดปลายแหลมยาว 1 คืบเศษออกมาจะแทงผู้เสียหาย แต่จำเลยที่ 2 ก็ยังอยู่ห่างจากผู้เสียหายถึง 2 เมตร การกระทำดังกล่าวเพียงแต่แสดงว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเท่านั้น ไม่อาจชี้ให้เห็นได้ว่ามีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๘๐, ๘๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ให้จำคุก ๑๕ ปี สำหรับจำเลยที่ ๑ นั้น ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕, ๘๐, ๘๓ ให้จำคุกคนละ ๘ เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ คดีสำหรับจำเลยที่ ๑ นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องสำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในความผิดดังกล่าวตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ.๒๕๓๒ มาตรา ๑๓ ฎีกาของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ คงมีปัญหาวินิจฉัยเฉพาะจำเลยที่ ๒ เท่านั้น ว่าจะเป็นความผิดตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโดยไม่มีฝ่ายใดโต้แย้งว่าจำเลยที่ ๑ พาจำเลยที่ ๒ กับพวกอีก ๔ คน มาที่ร้านผู้เสียหายแล้วรุมชกต่อยผู้เสียหายจำเลยที่ ๒ เป็นคนชักอาวุธปืนมีดแหลมออกมาจะแทงผู้เสียหายขณะอยู่ห่างจากผู้เสียหายประมาณ๒ เมตร ผู้เสียหายจึงใช้อาวุธปืนยิงไป ๑ นัด กระสุนปืนถูกขาของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงทำร้ายผู้เสียหายไม่ได้ เห็นว่า การที่จำเลยที่ ๒ เงื้อมีดจะแทงผู้เสียหายนั้น แม้มีดที่จำเลยที่ ๒ใช้จะเป็นมีดปลายแหลมยาวประมาณ ๑ คืบเศษ แต่จำเลยที่ ๒ ยังอยู่ห่างจากผู้เสียหายถึง ๒ เมตรจึงไม่เป็นข้อที่จะทำให้เห็นได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ ๒ มีเจตนาจะแทงในส่วนใดของร่างกายผู้เสียหายซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าส่วนที่จะถูกแทงนั้นอาจทำให้ถึงแก่ความตายได้ การกระทำของจำเลยที่ ๒ ในลักษณะดังนี้เพียงแต่แสดงว่าจำเลยที่ ๒ มีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเท่านั้น ยังไม่อาจชี้ให้เห็นได้ว่าจำเลยที่ ๒ มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4697/2533 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายวีระหรือข้าง กิ้มเส้ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นายวีระหรือข้าง กิ้มเส้ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายพิชัย นิลทองคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 4883/2541ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 1184/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา