คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4709/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย แม้เช็คจะถูกโอนมาโดยมีเงื่อนไขหรือข้อตกลงส่วนตัวระหว่างผู้สั่งจ่ายกับผู้ทรงคนก่อนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ค่าแชร์ที่จำเลยประมูลได้ แต่จำเลยก็มีภาระต้องชำระหนี้ค่าแชร์ตามจำนวนที่ได้รับมา จึงเป็นเช็คที่มีมูลหนี้จากการเล่นแชร์
ข้อต่อสู้ว่าจำเลยได้ชำระเงินให้แก่ผู้ทรงคนก่อนไปแล้วบางส่วนโจทก์และผู้ทรงคนก่อนรู้ดีอยู่ว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คที่มีเงื่อนไขในการค้ำประกันการชำระหนี้ค่าแชร์ และผู้ทรงคนก่อนจะไม่นำไปเรียกเก็บเงิน เป็นข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนหาใช่เป็นการโอนด้วยคบคิดกันฉ้อฉลไม่
เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ โจทก์รับโอนเช็คพิพาทมาจากผู้ทรงคนก่อนโจทก์จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900,904, 914 ประกอบมาตรา 989.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด ชำระหนี้ให้แก่นางสุดารัตน ศรีหนองจิก ต่อมานางสุดารัตน์นำมาชำระหนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์ ครั้นเช็คถึงกำหนดโจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า จำเลยออกเช็คให้นางสุดารัตน์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ค่าแชร์โดยมีข้อตกลงว่าจะนำเช็คไปเรียกเก็บเงินหรือโอนให้บุคคลอื่นไม่ได้ ต่อมาจำเลยได้ชำระเงินค่าแชร์ให้นางสุดารัตน์แล้วจำนวน ๒๗,๐๐๐ บาท จนกระทั่งวงแชร์ล้ม จำเลยจึงขอเช็คคืนแต่นางสุดารัตน์กับโจทก์คบคิดกันฉ้อฉลโอนเช็คให้โจทก์โดยไม่มีมูลหนี้เพื่อให้โจทก์เรียกร้องเอาเงินจากจำเลยโดยเจตนาทุจริตซึ่งโจทก์ก็รู้ดีว่าจำเลยไม่มีหนี้ที่จะต้องชำระให้นางสุดารัตน์โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยสุจริต
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามเช็คจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายแก่นางสุดารัตน์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ค่าแชร์ที่จำเลยประมูลได้และได้รับเงินไปแล้ว แต่จำเลยก็มีภาระจะต้องชำระหนี้ค่าแชร์ให้แก่นางสุดารัตน์ตามจำนวนที่ได้รับมา เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่มีลูกหนี้จากการเล่นแชร์ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อต่อมาว่า ข้อต่อสู้ว่าจำเลยได้ชำระเงินให้แก่นางสุดารัตน์ไปแล้วจำนวน ๒๗,๐๐๐ บาท โจทก์และนางสุดารัตน์รู้ดีอยู่ว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คที่มีเงื่อนไขในการค้ำประกันการชำระหนี้ค่าแชร์และนางสุดารัตน์จะไม่นำไปเรียกเก็บเงินเป็นข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อน หาใช่เป็นการโอนด้วยคบคิดกันฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๖ ประกอบมาตรา ๙๘๙แต่อย่างใดไม่ ปัญหาข้อสุดท้ายจำเลยนำสืบต่อสู้ว่านางสุดารัตน์โอนเช็คพิพาทให้โจทก์โดยไม่มีหนี้สินต่อกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คที่มีมูลหนี้จากการเล่นแชร์และเป็นเช็คผู้ถือเมื่อโจทก์เป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมาจากนางสุดารัตน์ โจทก์จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายจะฟังว่าโจทก์รับโอนโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๐, ๙๐๔, ๙๑๔ ประกอบมาตรา ๙๘๙
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4709/2533
นายประดิษฐ์ ธีรปฐวี โจทก์
นางบัวกลีบ หวานอารมณ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประดิษฐ์ ธีรปฐวี · จำเลย - นางบัวกลีบ หวานอารมณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิน อักขรายุธ · ก้าน อันนานนท์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายปกรณ์ สุวรรณพรหมา · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย กันนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา