⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4727/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การค้าที่ขาดทุนแต่ไม่มากนัก และมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะกลับฟื้นตัวได้ ไม่ถือเป็นเหตุให้เลิกบริษัทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1237 (3)

ย่อคำพิพากษา

บริษัทผู้คัดค้านดำเนินกิจการสร้างศูนย์การค้าซึ่งในปีต้น ๆ ประสบการขาดทุนแต่ไม่มากนัก กิจการของผู้คัดค้านเจริญก้าวหน้าขึ้น มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินจำนวนมาก และมีเหตุผลให้น่าเชื่อว่าเมื่อผู้คัดค้านก่อสร้างศูนย์การค้าและโครงการอื่น ๆ เสร็จแล้วก็จะมีกำไร จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าการค้าของผู้คัดค้านทำไปมีแต่ขาดทุนอย่างเดียว และไม่มีทางหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้ กรณีไม่มีเหตุจะเลิกบริษัทผู้คัดค้านตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1237 (3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บริษัทสระแก้วเมืองทอง จำกัด ประสบการขาดทุนตลอดมาขอให้ศาลมีคำสั่งเลิกบริษัทสระแก้วเมืองทอง จำกัด และมีคำสั่งตั้งนายสมภพ แก้วสุทธิ เป็นผู้ชำระบัญชี บริษัทสระแก้วเมืองทอง จำกัด ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าในปีต้น ๆ ผู้คัดค้านต้องประสบการขาดทุน แต่สินทรัพย์ของผู้คัดค้านที่งอกเงยขึ้นมา หากนำมาคำนวณเป็นมูลค่าแล้วก็จะมีกำไรเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ร้องก็ทราบถึงผลกำไรของบริษัทจึงได้เสนอขายหุ้นในราคาสูง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เลิกบริษัทสระแก้วเมืองทอง จำกัด และตั้งเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีเป็นผู้ชำระบัญชี ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่าผู้คัดค้านดำเนินกิจการก่อสร้างศูนย์การค้า ในการก่อสร้างศูนย์การค้าในระยะแรกนั้นย่อมมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าก่อสร้างและค่าซื้อที่ดินเป็นจำนวนมาก การที่ผู้คัดค้านประสบภาวะขาดทุนทุกปีนั้นหาใช่เรื่องผิดปกติไม่ แต่ละปีขาดทุนไม่มากนัก ผู้คัดค้านมีทรัพย์สินหลายรายการ เช่น ห้องแถวซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย ๖๒ ห้อง พร้อมที่ดิน ตลาดสดพร้อมที่ดินอยู่ในบริเวณศูนย์การค้า สถานีขนส่งหลังตลาดสด ที่ดินเตรียมไว้ปลูกอาคารพาณิชย์ ๑๕๐ คูหา ที่ดินประมาณ ๑๐๐ ไร่จึงน่าเชื่อว่าผู้คัดค้านมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าผู้ร้องขายทรัพย์สินที่มีอยู่ก็จะได้กำไรเป็นจำนวนมาก ที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้คัดค้านประสบแต่ภาวะขาดทุนตลอดมานั้น ก็เนื่องจากผู้ร้องพิจารณาเฉพาะรายรับและรายจ่ายของผู้คัดค้านตามสมุดบัญชีเท่านั้น หาได้นำทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านมีอยู่มาประกอบการพิจารณาไม่ มีเหตุผลให้น่าเชื่อว่า เมื่อผู้คัดค้านก่อสร้างศูนย์การค้าและโครงการอื่น ๆ เสร็จแล้วผู้คัดค้านจะมีกำไร กิจการของผู้คัดค้านเจริญก้าวหน้าขึ้นและน่าจะมีกำไรมากในอนาคต จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าการค้าของผู้คัดค้านทำไปมีแต่ขาดทุนอย่างเดียว และไม่มีทางหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้ กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะเลิกบริษัทผู้คัดค้านตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๓๗ (๓) ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2533 นางสาวซิ้วเอง แซ่เตี๋ย ฯ ผู้ร้อง บริษัทสระแก้วเมืองทอง จำกัด ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางสาวซิ้วเอง แซ่เตี๋ย ฯ · ผู้คัดค้าน - บริษัทสระแก้วเมืองทอง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สวิน อักขรายุธ · ชุม สุกแสงเปล่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายสมนึก สุขะมงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1772/2540ฎีกา 337/2490ฎีกา 1774/2522ฎีกา 270/2508ฎีกา 470/2519ฎีกา 2301/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา