⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2301/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2301/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัทแล้ว บริษัทย่อมเลิกกันตามกฎหมาย ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทอีก. หากกรรมการผู้ชำระบัญชีมีเหตุขัดแย้งกันจนไม่อาจชำระบัญชีร่วมกันได้ และข้อบังคับบริษัทมิได้กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้ ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการคนใดคนหนึ่งย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีได้.

ย่อคำพิพากษา

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติพิเศษให้เลิกบริษัทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1236 (4) ซึ่งมีผลตามกฎหมายให้บริษัทเลิกกันแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ผู้ร้องซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 ขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทอีก ผู้ร้องและกรรมการอื่นของบริษัทมีเหตุผิดใจกันไม่อาจชำระบัญชีร่วมกันได้. และข้อบังคับของบริษัทก็ไม่ได้กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้ ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีของบริษัทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1251 วรรคสอง ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นได้มีมติให้ จ. กับ ว. เป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัท. แต่ผู้ร้องขอให้ศาลตั้ง จ.แต่ผู้เดียวเป็นผู้ชำระบัญชีโดยไม่ปรากฏตามทางไต่สวนว่าเป็นเพราะเหตุใด ข้อเท็จจริงยังไม่พอแก่การวินิจฉัย จึงสมควรให้ศาลชั้นต้นไต่สวนในข้อนี้เสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1236 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1251 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1261

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องร้องว่า บริษัทแวร์ แอนด์ แวร์ มาเก็ตติ้ง เซอร์วิสเซส จำกัดมีผู้ร้องเป็นกรรมการคนหนึ่ง ต่อมากิจการค้าของบริษัทไม่อาจดำเนินต่อไปได้เนื่องจากกรรมการบริษัทเกิดขัดแย้งกัน และกรรมการบางคนได้ลาออก หากดำเนินกิจการต่อไปจะขาดทุนอย่างเดียว ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจึงมีมติพิเศษให้เลิกบริษัท และแต่งตั้งนายเจษฎากับนางสาววิไลรัตน์เป็นผู้ชำระบัญชี แต่ปรากฏว่าการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีของบริษัทไม่มีข้อบังคับกำหนดไว้ และไม่มีกรรมการของบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีอันเกิดจากเหตุข้างต้นผู้ร้องจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เลิกบริษัท และแต่งตั้งนายเจษฎาเป็นผู้ชำระบัญชีแต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ประชุมของบริษัทได้มีมติพิเศษให้เลิกบริษัทแล้วไม่จำต้องร้องให้ศาลมีคำสั่งเลิกบริษัทอีก และผู้ร้องจะร้องต่อศาลให้ตั้งผู้ชำระบัญชีได้ต่อเมื่อไม่มีกรรมการของบริษัทเมื่อบริษัทเลิกแล้ว ผู้ร้องไม่มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาล ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทเพราะการค้าของบริษัททำไปมีแต่ขาดทุนอย่างเดียว และไม่มีทางหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๓๗(๓) นั้น เห็นว่า บริษัทแวร์ แอนด์ แวร์ มาเก็ตติ้ง เซอร์วิสเซส จำกัด ได้มีมติพิเศษให้เลิกบริษัทนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๓๖(๔) จึงมีผลตามกฎหมายให้บริษัทเลิกกันอยู่แล้ว ไม่มีเหตุที่ผู้ร้องจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๕๕ ขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทอีก ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาขอให้ศาลสั่งตั้งนายเจษฎาเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทนั้น มาตรา ๑๒๕๑ ของประมวลกฎหมายเดียวกันนี้บัญญัติว่า"ห้างหุ้นส่วนก็ดี บริษัทก็ดี ในเมื่อเลิกกันเพราะเหตุอื่นนอกจากล้มละลาย หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหรือกรรมการของบริษัทย่อมเข้าเป็นผู้ชำระบัญชี เว้นไว้แต่ข้อสัญญาของห้าง หรือข้อบังคับของบริษัทจะมีกำหนดไว้เป็นสถานอื่น ถ้าไม่มีผู้ชำระบัญชีดั่งว่ามานี้ และเมื่อพนักงานอัยการหรือบุคคลอื่นผู้มีส่วนได้เสียในการนี้ร้องขอ ท่านให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชี" ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๑๒๕๑ มิได้มุ่งหมายที่จะให้ผู้ที่เป็นกรรมการของบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทเสมอไปไม่ เพราะมีข้อยกเว้นไว้ว่า ถ้าหากมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ชำระบัญชีของบริษัทก็จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับนั้น ๆ และถ้าหากกรรมการของบริษัทไม่อาจเข้าเป็นผู้ชำระบัญชีได้ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ และข้อบังคับของบริษัทไม่ได้กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้ กรณีย่อมต้องด้วยวรรค ๒ ของมาตรานี้ คือไม่มีผู้ชำระบัญชี ผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีได้ มิฉะนั้นบทบัญญัติของมาตรา ๑๒๕๑ วรรค ๒ ย่อมไร้ผล ไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่กรณีใด ๆ ได้ คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องและนายเดนนิส โรเบอร์ท คริสต๊อฟ กรรมการของบริษัทที่เหลืออยู่มีเหตุผิดใจกัน ไม่อาจชำระบัญชีร่วมกันได้ และข้อบังคับของบริษัทก็ไม่ได้กำหนดเรื่องผู้ชำระบัญชีไว้ ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีของบริษัทตามมาตรา ๑๒๕๑ วรรค ๒ ได้ ปรากฏตามมติที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นหมาย ร.๒๑ และ ร.๓๕ ว่าหลังจากมีการปรึกษาหารือกันแล้ว ที่ประชุมได้มีมติให้นายเจษฎากับนางสาววิไลรัตน์ เป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัท โดยได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ผู้ร้องได้ร้องขอให้ศาลตั้งนายเจษฎาแต่ผู้เดียวเป็นผู้ชำระบัญชีโดยไม่ปรากฏตามทางไต่สวนว่าเป็นเพราะเหตุใด ข้อเท็จจริงยังไม่พอแก่การวินิจฉัยว่าสมควรตั้งผู้ชำระบัญชีคนเดียวหรือหลายคน เพราะหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีในกรณีที่มีผู้ชำระบัญชีหลายคนแตกต่างกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๖๑ จึงสมควรให้ศาลชั้นต้นไต่สวนในข้อนี้เสียด้วย พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนในเรื่องสมควรมีผู้ชำระบัญชีของบริษัทคนเดียวหรือหลายคน แล้วมีคำสั่งเรื่องตั้งผู้ชำระบัญชีไปตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2301/2526 นางเมย์ลิง อาแบร์เล่ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางเมย์ลิง อาแบร์เล่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมา รัตนมาลัย · อุดม บรรลือสินธุ์ · พูน จักรเสน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเดชา สุวรรณโณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา