คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนหุ้นของบริษัทจำกัดที่ยังไม่ได้ออกใบหุ้น ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ และการมีชื่อในสมุดทะเบียนหุ้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่อาจนำสืบหักล้างได้
ย่อคำพิพากษา
บริษัทจำกัดที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งไว้แล้ว แต่ไม่ได้ออกใบหุ้นเลยนั้น การโอนขายหุ้นให้แก่กันในระหว่างผู้ถือหุ้นจึงหาจำต้องทำเป็นหนังสือไม่
การมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนของทางการนั้นเป็นแต่ข้อสันนิษฐานตามกฎหมายซึ่งอาจนำสืบหักล้างได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ ๒ และ ๓ เป็นกรรมการผู้จัดการตั้งแต่ตั้งบริษัทมา จำเลยทั้งสามมิได้ปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับและระเบียบที่วางไว้ ทั้งการค้าก็ทำไปมีแต่ขาดทุนและยังโน้มเอียงไปในทางไม่สุจริต จำนวนผู้ถือหุ้นของบริษัทก็ลดน้อยลงเหลือเพียง ๖ คน เป็นการขัดต่อกฎหมาย โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นซึ่งมีส่วนได้เสียในบริษัท ได้ทักท้วงแล้ว แต่จำเลยก็เพิกเฉยเสีย จึงขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทจำเลยที่ ๑ และตั้งโจทก์หรือผู้ที่ศาลเห็นสมควรเป็นผู้ชำระบัญชี
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ ๒ และ ๓ ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ได้โอนขายหุ้นของโจทก์ให้จำเลยที่ ๒ ไปแล้ว โจทก์จึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในบริษัทจำเลยที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้เลิกบริษัทและชำระบัญชีได้ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาได้ความว่า โจทก์จำเลยได้ร่วมกันตั้งบริษัทขึ้นบริษัทหนึ่งใช้ชื่อว่า บริษัทโรงเรื่อยจักร ส.และบุตร จำกัด โจทก์ถือหุ้น ๕๐๐ หุ้น จำเลยที่ ๒ และ ๓ ถือหุ้นคนละ ๕๐๐ หุ้น เมื่อจดทะเบียนการจัดตั้งบริษัทไว้แล้ว ทางบริษัทหาได้ทำใบหุ้นมอบให้เป็นคู่มือแก่ผู้ถือหุ้นไม่ ปัญหามีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอเลิกบริษัทหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ได้โอนขายหุ้นของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ ๒ แล้ว เมื่อได้ความว่าการตั้งบริษัทรายนี้ไม่ได้ออกใบหุ้นเลย การโอนหุ้นของโจทก์หาจำต้องได้รับความยินยอมของบริษัท และไม่จำต้องทำเป็นหนังสือ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๒๙ ระบุไว้ว่า การโอนหุ้นจะต้องได้รับความยินยอมและต้องทำเป็นหนังสือเฉพาะการโอนหุ้นชนิดระบุลงชื่อในใบหุ้นนั้น การโอนของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ ๒ จึงเป็นการโอนที่สมบูรณ์ ถึงแม้จะไม่ได้รับความยินยอมของบริษัทและไม่ได้ทำเป็นหนังสือ ส่วนการมีชื่อในสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นของกรมทะเบียนการค้า แม้จะมีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ก็เป็นแต่ข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย ซึ่งคู่ความมีสิทธินำสืบข้อเท็จจริงเห็นว่าหักล้างได้ เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้โอนขายหุ้นให้แก่จำเลยที่ ๒ ไปแล้ว
ข้อสันนิษฐานดังกล่าวก็ตกไป เมื่อฟังว่าโจทก์ได้โอนหุ้นให้แก่จำเลยที่ ๒ แล้ว โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องขอเลิกบริษัท ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2508
นายพงษ์ศักดิ์ หาญภักดี โจทก์
บริษัทโรงเลื่อยจักร ส. และบุตรจำกัด ที่ ๑ นายวิเชียร ฟูทวีกิจ ที่ ๒ นางรัตนา
แซ่ห่าน ที่ ๓ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพงษ์ศักดิ์ หาญภักดี · นางรัตนา - บริษัทโรงเลื่อยจักร ส. และบุตรจำกัด ที่ ๑ นายวิเชียร ฟูทวีกิจ ที่ ๒ · จำเลย - แซ่ห่าน ที่ ๓ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพรียง โรจนรัส · สนิท สุมาวงศ์ · ยุ้ย อาตมียะนันทน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจำรูญ เจริญกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายถาวร หุตะโกวิท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา