คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายหุ้นโดยมีเจตนาจะขายต่อทันทีเมื่อมีกำไร ไม่ถือเป็นการพนันขันต่อและไม่ขัดต่อกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์เคยซื้อหุ้นตามคำสั่งของจำเลยและได้โอนหุ้นให้โดยยังไม่ได้ใส่ชื่อจำเลยหรือที่เรียกว่าโอนลอยให้แก่จำเลยหลายครั้งจำเลยไม่เคยทักท้วงการกระทำดังกล่าวแสดงอยู่ว่าคู่กรณีซื้อขายหุ้นกันเพื่อประสงค์จะขายต่อไปในทันทีในเมื่อมีกำไรไม่ประสงค์จะซื้อเก็บไว้เป็นกรรมสิทธิ์อย่างจริงจังนิติกรรมดังกล่าวระหว่างโจทก์จำเลยจึงไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายและไม่ใช่เป็นการพนันขันต่อแต่อย่างใด.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตัวแทนนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ จำเลยตั้งโจทก์เป็นนายหน้าและตัวแทนเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์และได้สั่งให้โจทก์ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หลายครั้ง โดยจำเลยต้องวางเงินไว้เป็นประกันการชำระหนี้ในอัตราส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของยอดหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อหักเงินประกันของจำเลยและเงินค่าซื้อหุ้นและค่านายหน้าแล้วจำเลยคงเป็นหนี้โจทก์ 85,056 บาท 05 สตางค์ ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายนับแต่วันนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การว่าการซื้อขายหุ้นของโจทก์เป็นการพนันขันต่อเป็นโมฆะ โจทก์กระทำผิดข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ และกระทำผิดแบบของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 วรรคสอง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง ทั้งให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 1,500 บาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าการโอนหุ้นในคดีนี้ซึ่งมิได้เป็นไปตามมาตรา 1129 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นขัดต่อกฎหมายหรือไม่ และมีลักษณะเป็นการพนันขันต่อหรือไม่นั้นเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้แล้วว่าโจทก์เป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ โจทก์จำเลยต่างเคยปฏิบัติการเช่นนี้ กล่าวคือ การซื้อหุ้นของโจทก์ตามคำสั่งจำเลยและได้โอนหุ้นให้แก่จำเลยโดยยังไม่ได้ใส่ชื่อจำเลยหรืออีกนัยหนึ่งเป็นการโอนลอยนั้นได้กระทำกันมาหลายครั้งแล้ว จำเลยไม่เคยทักท้วง การกระทำดังกล่าว แสดงอยู่ว่าคู่กรณีซื้อขายหุ้นกันเพื่อประสงค์จะขายต่อไปทันทีในเมื่อมีกำไรไม่ประสงค์จะซื้อเก็บไว้เป็นกรรมสิทธิ์อย่างจริงจัง นิติกรรมดังกล่าวระหว่างโจทก์จำเลยจึงยังไม่เป็นการขัดต่อกฎหมาย และเป็นธุรกิจที่คู่กรณีกระทำขึ้นเพื่อแสวงหากำไรประเภทหนึ่ง จึงไม่ใช่เป็นการพนันขันต่อแต่อย่างใด
พิพากษายืนโจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2529
บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ไอ. ที. เอฟ. จำกัด โจทก์
นาย วิทยา ศุภวรรธนางกูร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ไอ. ที. เอฟ. จำกัด · จำเลย - นาย วิทยา ศุภวรรธนางกูร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยรรยง อิทธิพงษ์ · พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม |
| แหล่งที่มา | สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ