⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4804/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4804/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เข้าไปขุดเอาหน้าดินในที่ดินพิพาทของโจทก์ร่วมไปย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 มาตรา 358 และมาตรา 362 เป็นการกระทำกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 334 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๘, ๓๖๒, ๓๖๕, ๘๓ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายคะเน็ต ผดุงชีวิต ผู้เสียหายยื่นคำร้อง ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้อง ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ โดยวางโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๗) ไว้คนละ ๒ ปี จำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘ คนละ ๑ ปี และจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๒) อีกคนละ ๒ ปี รวมโทษจำคุกจำเลยคนละ ๕ ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาทรัพย์ ๒,๐๐๐,๐๐๐บาท ให้แก่โจทก์ร่วมด้วย โจทก์ร่วมและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาฟ้องข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า โจทก์ร่วมเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ที่พิพาทตามโฉนดเลขที่ ๑๖๓๐ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง ปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเดิมเป็นของนางสาวถนอมโดยซื้อมา เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม๒๕๒๓ มีที่ดินจำเลยที่ ๑ ติดอยู่ ๒ ด้าน และมีบ้านนางสายบัว แป้นขำ อยู่ห่างที่พิพาทประมาณ ๒ เส้น เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ๒๕๒๙ นางทองสุข ทวีมูลแจ้งโจทก์ร่วมว่า มีผู้ลักลอบขุดหน้าดินของโจทก์ร่วมเป็นปริมาตร ๒๕,๐๐๐ลูกบาศก์เมตร ไปถมที่ดินของจำเลยที่ ๑ คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองกระทำผิดฟ้องโจทก์หรือไม่ ศาลฎีกาฟังขอ้เท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ได้บุกรุกเข้าไปลักขุดเอาดินในที่พิพาทของโจทก์ร่วมไป จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ มาตรา ๓๕๘ และมาตรา ๓๖๒โดยเป็นการกระทำกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมาย หลายบท ฯลฯ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ มาตรา ๓๕๘ และมาตรา ๓๖๒ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา ๓๓๔ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑ ปี ปรับ ๖,๐๐๐ บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ เคยต้องโทษ จำคุกมาก่อน และเมื่อคำนึงถึง อายุ ประวัติ อาชีพ สิ่งแวดล้อม สภาพความผิดประกอบแล้ว สมควรให้โอกาสจำเลยที่ กลับตนเป็นพลเมืองดี จึงให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ โทษปรับให้เป็นไปตามมาตรา ๒๙, ๓๐ ให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ราคาทรัพย์จำนวน๕๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ร่วม ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4804/2533 พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายคะเน็ต ผดุงชีวิต โจทก์ร่วม นายวิชัย ชัยมัธยมผล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · โจทก์ร่วม - นายคะเน็ต ผดุงชีวิต · จำเลย - นายวิชัย ชัยมัธยมผล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสมปอง ศรีสมทรัพย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1788/2531ฎีกา 8593/2544ฎีกา 506/2537ฎีกา 2960/2552ฎีกา 2402/2529ฎีกา 798/2502ฎีกา 2254/2521ฎีกา 1504/2536ฎีกา 6255/2541ฎีกา 498/2553ฎีกา 766/2517ฎีกา 4123/2543ฎีกา 769/2532ฎีกา 465/2509ฎีกา 1425/2517ฎีกา 2627/2521ฎีกา 4641/2530ฎีกา 875/2510ฎีกา 1445/2530ฎีกา 1363/2550ฎีกา 788/2545ฎีกา 2439/2539ฎีกา 3889/2543ฎีกา 1502/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา