⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4876/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4876/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นนอกจากการเช่านา หากยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการควบคุม การเช่าดังกล่าวจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 และฟ้องแย้งย่อมต้องตกไปหากฟ้องเดิมถูกยกฟ้อง.

ย่อคำพิพากษา

ขณะเกิดกรณีพิพาทโจทก์ไม่ได้ทำนาในที่ดินพิพาทแล้ว แต่ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เช่านาตามความหมายในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น จึงต้องนำมาตรา 63 มาใช้บังคับ ซึ่งมีใจความว่าในกรณีที่การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทใดนอกจากการเช่านาเมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดให้การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทนั้นมีการควบคุมก็ให้มีอำนาจกระทำการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เมื่อปรากฏว่ายังไม่มีพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น ดังนั้น โจทก์จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และศาลพิพากษายกฟ้องแล้วฟ้องแย้งย่อมต้องตกไปเพราะการฟ้องแย้งนั้นจะมีได้ต้องมีฟ้องเดิมและตัวโจทก์เดิมที่จะเป็นจำเลยของฟ้องแย้งอยู่ด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.4 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.21 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.63

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่านาจากจำเลยที่ ๑ และได้เข้าทำนาในที่ดินดังกล่าวแต่เนื่องจากน้ำทะเลเข้าถึง การทำนาไม่ได้ผล จึงขอแปรสภาพทำเป็นที่เลี้ยงปลาส ลิด จำเลยที่ ๑ ยินยอม โจทก์จึงลงทุนเลี้ยงปลาส ลิดมาจนปัจจุบัน โจทก์ในฐานะผู้เช่าที่นาได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งบัญญัติให้โจทก์มีสิทธิซื้อที่นาที่โจทก์ครอบครองและทำอยู่ก่อนผู้ใดขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่นาโฉนดเลขที่ ๕๐๔๐ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้แก่โจทก์ และรับเงินค่าที่ดินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไปจากโจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและให้ถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ไม่มีผลบังคับ จำเลยที่ ๑ ให้การและฟ้องแย้งกับแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ไม่เคยเช่าที่พิพาทจากจำเลยที่ ๑ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ไม่เคยทำนาหรือพืชไร่ในที่พิพาท เพราะที่พิพาทเป็นบ่อเลี้ยงปลามาก่อน โจทก์ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความและเคลือบคลุมการกระทำของโจทก์เป็นการละเมิด ทำให้จำเลยที่ ๑ ได้รับความเสียหายขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้บังคับโจทก์อพยพขนย้ายรื้อถอนบ้านเลขที่ ๗๒ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๐๔๐ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าโจทก์จะออกไปและมอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์(น่าจะเป็นจำเลยที่ ๑) เสร็จ หากโจทก์ไม่รื้อถอนและออกไป ขอให้ศาลออกหมายจับ หรือยอมให้จำเลยที่ ๑ เข้าทำการรื้อถอนบ้านดังกล่าวโดยโจทก์เป็นฝ่ายเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้แก่จำเลยที่ ๑จำนวน ๒,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา โจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า โจทก์อยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่า โจทก์จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ โจทก์ไม่ได้ละเมิดต่อจำเลยที่ ๑และไม่ทำให้จำเลยที่ ๑ เสียหาย จำเลยที่ ๑ เป็นผู้นำที่พิพาทไปขายให้บุคคลอื่น จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหาย ไม่มีสิทธิฟ้อง และฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์และบริวารรื้อถอนขนย้ายบ้านของโจทก์ออกไปจากที่ดินของจำเลยที่ ๑ โฉนดเลขที่ ๕๐๔๐ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ ๑ เดือนละ ๒๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องแย้ง (๒๗ ธันวาคม ๒๕๒๘)จนกว่าจะออกและส่งมอบที่พิพาท ถ้าโจทก์ไม่รื้อถอนขนย้ายบ้านออกไปให้จำเลยที่ ๑ รื้อถอนขนย้ายโดยให้โจทก์เสียค่าใช้จ่ายแก่จำเลยที่ ๑จำนวน ๒,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของจำเลยที่ ๑ ในส่วนที่ให้จำเลยที่ ๑ รื้อถอนขนย้ายบ้านของโจทก์ โดยให้โจทก์เสียค่าใช้จ่าย๒,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การฟ้องขอให้เจ้าของนาและผู้รับโอนนาโอนขายนาให้แก่ผู้เช่า จะต้องพิจารณาว่าโจทก์ทำนาหรือไม่ก่อนและตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาตรา ๒๑บัญญัติว่า "นา" หมายความว่า ที่ดินที่เช่าเพื่อทำนาทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่ "ทำนา" หมายความว่า การเพาะปลูกข้าวหรือพืชไร่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่นาจากจำเลยที่ ๑ ทำนาเพียงปีเดียวหลังจากนั้นโจทก์ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ จนถึงวันฟ้อง ตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวขณะเกิดกรณีพิพาทโจทก์หาได้ทำนาในที่พิพาทไม่ จึงถือไม่ได้ว่า โจทก์เป็นผู้เช่านาตามความหมายในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แต่เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น กรณีจึงต้องนำพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาตรา ๖๓ มาใช้บังคับซึ่งมาตราดังกล่าวบัญญัติมีใจความว่า ในกรณีที่การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทใด นอกจากการเช่านา เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดให้การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทนั้นมีการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อขจัดปัญหา ก็ให้มีอำนาจกระทำการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ปรากฏว่าขณะนี้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น ดังนั้นโจทก์จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยนั้น เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และศาลพิพากษายกฟ้องแล้ว ฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ ต้องตกไป เพราะการฟ้องแย้งนั้นจะมีได้จะต้องมีฟ้องเดิมและตัวโจทก์เดิมที่จะเป็นจำเลยของฟ้องแย้งอยู่ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4876/2533 นายณรงค์ เล็กเจริญ โจทก์ นายสำรวย ทองคำ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายณรงค์ เล็กเจริญ · จำเลย - นายสำรวย ทองคำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 72/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา