คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5022/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีดุลพินิจในการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกเป็นสำคัญ แม้ผู้ร้องจะไม่ต้องห้ามตามกฎหมายและไม่มีผู้คัดค้าน แต่หากผู้ร้องไม่มีความสุจริตใจในการจัดการทรัพย์มรดก ศาลย่อมไม่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกได้
ย่อคำพิพากษา
การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ศาลย่อมใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงความเหมาะสมเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกด้วย ถึงแม้ไม่มีผู้คัดค้านคำร้องของผู้ร้อง และผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 ก็ตามแต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องไม่มีความสุจริตใจในการรักษาผลประโยชน์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้รับพินัย กรรมของเจ้ามรดก จึงไม่เหมาะสมที่จะตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกตามคำร้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า นางแดง สีเรืองพันธ์หรือสีเรืองพันธุ์ ผู้ตายได้มีคำสั่งในพินัยกรรมตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกผู้ร้องประสงค์จะดำเนินการตามคำสั่งของผู้ตาย แต่มีเหตุขัดข้องผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้คดีนี้ไม่มีผู้คัดค้านคำร้องของผู้ร้องและผู้ร้องจะไม่เป็นบุคคลต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๘ ก็ตามแต่การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ศาลย่อมใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงความเหมาะสมเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกด้วย ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ร้องขอให้พนักงานที่ดินอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์โอนที่ดินตาม น.ส.๓ ก. ให้ผู้ร้องก่อนวันเบิกความประมาณ ๖ ถึง๗ เดือน หลังวันที่นางแดงตายประมาณ ๓ ปี ๖ เดือน จึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๑๗ วรรคท้ายเพราะการรับเป็นผู้จัดการมรดกนั้นผู้จัดการมรดกจะทำภายหลัง ๑ ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกตายไม่ได้ เว้นแต่ศาลอนุญาต ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ร้องไม่ได้แสดงเหตุผลและความจำเป็นที่ผู้ร้องเพิ่งขอจัดการมรดกตามพินัยกรรมและร้องขอจัดการมรดกหลังวันที่นางแดงตายนานถึง ๓ ปี ๖ เดือน และ ๔ ปีเศษตามลำดับ ทั้งไม่ได้ความว่าผู้ร้องแจ้งให้นางสงกาผู้รับทรัพย์สินตามพินัยกรรมให้รับทราบเพื่อรับโอนที่ดินมรดกแต่อย่างใด แต่กลับได้ความว่า ผู้ร้องขอให้พนักงานที่ดินโอนที่ดินมรดกให้ผู้ร้องเสียเอง นอกจากนี้ผู้ร้องเบิกความว่า เท่าที่ผู้ร้องทราบนางแดงมีที่ดิน ๑ แปลงเท่านั้นซึ่งขัดกับที่นายแร่ผู้เขียนพินัยกรรมอ้างว่านางแดงมีที่ดิน ๒ แปลงแสดงว่าผู้ร้องไม่มีความทุจริตในการรักษาผลประโยชน์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้รับพินัยกรรมของนางแดงเจ้ามรดก จึงไม่เหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดกตามคำร้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5022/2533
นายวิชาญ ชื่นอยู่ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายวิชาญ ชื่นอยู่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา