คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5033/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายต่างประเทศ ต้องบรรยายให้ชัดเจนว่างานนั้นมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของประเทศใด และประเทศนั้นเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยหรือไม่
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยได้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์แก่งานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุของโจทก์ร่วม ซึ่งเป็นงานอันมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2521 และโจทก์ร่วมได้แต่งตั้งให้บริษัทซีเนคัลเลอร์แลป จำกัดเป็นผู้มีสิทธิและใช้สิทธิในงานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุนี้ในประเทศไทย โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเลยว่า วีดีโอเทปภาพยนตร์ของโจทก์เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของเมืองฮ่องกงหรือประเทศสหราชอาณาจักร และเมืองฮ่องกงหรือประเทศสหราชอาณาจักรเป็นภาคีแห่งอายุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และกฎหมายแห่งเมืองฮ่องกงหรือประเทศสหราชอาณาจักรได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ ของภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความสำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าภาพยนต์ตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการฟ้องคดีอาญาในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวด้วยงานอัน มีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายต่างประเทศ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๒๘ เวลากลางวัน จำเลยได้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์แก่งานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุของบริษัทเทเลวิชั่น บรอดแคสท จำกัด และบริษัทเอชเค-ทีวีบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประเทศฮ่องกง ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ บริษัทเทเลวิชั่น บรอดแคสท จำกัด และบริษัทเอชเค-ทีวีบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้แต่งตั้งให้บริษัทซีเนคัลเลอร์แลป จำกัด เป็นผู้มีสิทธิและใช้สิทธิในงานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุนี้ในประเทศไทย จำเลยได้นำแถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) จำนวน ๓ เรื่อง ได้แก่ เรื่องชอลิ่วเฮียง ถล่มวัง ค้างคาว จำนวน ๑๓ ม้วน เรื่อง ขวัญใจโปลิศ จำนวน๓ ม้วน และเรื่องจอมเพชรฌฆาต จ้าว สิงโต จำนวน ๑๒ ม้วน รวม๒๙ ม้วน อันเป็นงานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของบริษัทเทเลวิชั่นบรอดแคสท จำกัด และบริษัทเอชเค-ทีวีบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ออกโฆษณาโดยการจำหน่ายด้วยการเสนอขายและให้เช่าที่ร้านสปอร์ต วีดีโอเลขที่ ๑๓๓ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นสำนักงานของจำเลย โดยจำเลยกระทำการดังกล่าวเพื่อการค้า และมิได้รับอนุญาตจากบริษัทเทเลวิชั่นบรอดแคสท จำกัดบริษัทเอชเค-ทีวีบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัทซีเนคัลเลอร์แลป จำกัด เหตุเกิดที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมาจังหวัดนครราชสีมา ตามวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้างต้น เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดแถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) ซึ่งจำเลยกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ ๒๙ ม้วน เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๔, ๒๕, ๔๒, ๔๓, ๔๖ และ ๔๗ และสั่งให้แถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) ของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์กับนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีหมายเลขดำที่ ๑๖๗๕/๒๕๒๗ ของศาลชั้นต้นด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างการพิจารณา บริษัทเทเลวิชั่นบรอดแคสท จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๓ วรรคสอง, ๔๗ ให้ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐ และให้แถบบันทึกภาพ (วีดีโอเทป) ของกลางตกเป็นของโจทก์ร่วม คำขอให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๖๗๕/๒๕๒๗หมายเลขแดงที่ ๑๑๐๗/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้นให้ยกเพราะคดีดังกล่าวศาลพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยและลงโทษปรับในอัตราอย่างสูง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลย ๕๐,๐๐๐ บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์เพราะขาดข้อความสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ภาพยนตร์ตามฟ้องมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ นั้น พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๒ บัญญัติว่า "งานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วย และกฎหมายของประเทศนั้นได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว ฯลฯ ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา" แต่โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยได้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์แก่งานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นงานอันมีสิทธิได้รับความ คุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ และโจทก์ร่วมได้แต่งตั้งให้บริษัทซีเนคัลเลอร์แลป จำกัด เป็นผู้มีสิทธิและใช้สิทธิในงานสร้างสรรค์ประเภทโสตทัศนวัสดุนี้ในประเทศไทย โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเลยว่า วีดีโอเทปภาพยนตร์ของโจทก์เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายของเมืองฮ่องกงหรือประเทศสหราชอาณาจักรและเมือง ฮ่องกงหรือประเทศสหราชอาณาจักรเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วยและกฎหมายแห่งเมืองฮ่องกงหรือประเทศสหราชอาณาจักรได้ให้ความคุ้มครองเช่น เดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความสำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการฟ้องคดีอาญาในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวด้วยงานอัน มีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายต่างประเทศ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้ออื่นต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5033/2533
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
บริษัทเทเลวิชั่น บรอดแคสท จำกัด โจทก์ร่วม
นายกฤษดา แซ่ จิว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · โจทก์ร่วม - บริษัทเทเลวิชั่น บรอดแคสท จำกัด · จิว จำเลย - นายกฤษดา แซ่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · วินัย กันนะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุเมศร์ พันธุ์โชติ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา