⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5193/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5193/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำฟ้องฎีกาต้องแสดงให้ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ทั้งต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์.

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องฎีกาถือว่าเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1(3) จึงต้องแสดงให้ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยมิได้บรรยายถึงเนื้อหาแห่งคำฟ้อง คำให้การ คำพิพากษาศาลชั้นต้น และคู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ เมื่ออ่านโดยตลอดแล้ว ไม่อาจทราบได้ว่าโจทก์ฟ้องจำเลยว่าอย่างไร จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าอย่างไร ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าอย่างไร ทั้งไม่อาจทราบได้ว่าข้อที่จำเลยยกขึ้นโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์นั้น เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นหรือไม่ ฟ้องฎีกาของจำเลยจึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172ประกอบด้วยมาตรา 246, 247.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้ชนรถยนต์โดยสารของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่ผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ เหตุเกิดเพราะความประมาทของพนักงานขับรถของโจทก์ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่ผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ เหตุเกิดเพราะความประมาทของพนักงานขับรถของโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒และไม่ได้กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๓ ผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน๓๑๓,๔๓๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๖ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ให้จำเลยที่ ๓ รับผิดในวงเงินไม่เกิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๒๑๓,๔๓๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยใสอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีนับแต่วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๖ เป็นต้นไปจนหว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ฟ้องฎีกาเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑(๓) ฉะนั้น จึงต้องแสดงให้ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา และต้องเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ มิได้บรรยายถึงเนื้อหาแห่งคำฟ้อง คำให้การ คำพิพากษาศาลชั้นต้น และคู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ โดยบรรยายในฎีกาแต่เพียงว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนายความแก่โจทก์ ดังปรากฏรายละเอียดในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้วนั้น ด้วยความเคารพต่อคำวินิจฉัยและคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์อย่างสูง จำเลยไม่เห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยและคำพิพากษาดังกล่าวดังจะได้ประทานกราบเรียนต่อศาลฎีกาดังต่อไปนี้" ต่อจากนั้นจึงได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เฉพาะในข้อที่จำเลยที่ ๒ที่ ๓ ไม่เห็นด้วยซึ่งเมื่ออ่านฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โดยตลอดแล้วไม่อาจทราบได้เลยว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยว่าอย่างไร ทั้งไม่อาจทราบได้ว่าข้อที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ยกขึ้นโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์นั้น เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นหรือไม่ฟ้องฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๑ ประกอบด้วยมาตรา๒๔๖, ๒๔๗ ศาลฎีกาไม่อาจรับไว้วินิจฉัยได้ พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5193/2533 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โจทก์ นายทนงศักดิ์ จิตรเจริญปราชญ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ · จำเลย - นายทนงศักดิ์ จิตรเจริญปราชญ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ตัน เวทไว · บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1010/2539ฎีกา 4976/2536ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 99/2541ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 1538/2518ฎีกา 8735/2542ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 991/2548ฎีกา 6321/2544ฎีกา 307/2513ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 2170/2517ฎีกา 1687/2497ฎีกา 226/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา