⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5245/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5245/2533

ป.พ.พ. ม.900, 914, 989 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.142, 172, 225 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ปัญหาข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เว้นแต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน 2. ผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น แม้ว่ามูลหนี้เดิมจะเป็นของนิติบุคคลที่ผู้สั่งจ่ายเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุม จำเลยมิได้อุทธรณ์เป็นประเด็นไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์และไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงมูลหนี้ซื้อขายเดิม และมูลหนี้ที่จำเลยออกเช็คพิพาทชำระหนี้ราคาสินค้านั้นให้แก่โจทก์ด้วยดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ซื้อสินค้าจากโจทก์ แต่เมื่อจำเลยในฐานะส่วนตัวได้ออกเช็คพิพาทชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คก็ต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.914 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1077 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1087

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์หลายคราว และค้างชำระค่าสินค้าเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาศรีนครพิงค์ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๖ จำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ค่าสินค้าให้แก่โจทก์แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายว่าการที่จำเลยออกเช็คเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๖ เป็นการชำระหนี้ค่าสินค้าซึ่งถึงกำหนดเมื่อใดทำให้จำเลยหลงต่อสู้และไม่สามารถต่อสู้คดีได้ จำเลยไม่เคยซื้อสินค้าจากโจทก์เช็คตามฟ้องเป็นเช็คของจำเลยจริงแต่โจทก์นำมาฟ้องเรียกค่าสินค้ามิได้ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๒ตุลาคม ๒๕๒๖ จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิเชียรโลหะกิจได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์ โดยจำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้สั่งซื้อ จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม๒๕๒๖ จำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ค่าสินค้าให้โจทก์แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายว่าจำเลยซื้อสินค้าไปในวันใด ถึงกำหนดชำระค่าสินค้าเมื่อใดทำให้จำเลยไม่สามารถยกอายุความขึ้นต่อสู้และทำให้จำเลยหลงต่อสู้นั้น เห็นว่าปัญหาเรื่องฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมนี้ จำเลยมิได้อุทธรณ์เป็นประเด็นไว้ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ และไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยฎีกาต่อมาว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิเชียรโลหะกิจเป็นผู้ซื้อสินค้าของโจทก์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ โดยโจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดในฐานะผู้ออกเช็คหรือในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนวิเชียรโลหะกิจ เป็นการพิพากษานอกฟ้องนั้นพิเคราะห์แล้วโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยซื้อสินค้าไปจากโจทก์และค้างชำระราคาเป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท แล้วได้ออกเช็คพิพาทลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๖ โดยจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทมอบให้แก่โจทก์ ขอให้จำเลยชำระเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยเช่นนี้เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงมูลหนี้ซื้อขายเดิม และมูลหนี้ที่จำเลยออกเช็คพิพาทชำระหนี้ราคาสินค้านั้นให้แก่โจทก์ด้วยดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิเชียรโลหะกิจซึ่งจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ซื้อสินค้าแต่เมื่อจำเลยในฐานะส่วนตัวได้ออกเช็คพิพาทชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คก็ต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5245/2533 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจ.บี.พี.เพ็นท์ โจทก์ นายวิเชียร ธนะศรานวรคุณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจ.บี.พี.เพ็นท์ · จำเลย - นายวิเชียร ธนะศรานวรคุณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายสมพันธ์ พันธุสิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8735/2542ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 991/2548ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2610/2538ฎีกา 9571/2544ฎีกา 1687/2497ฎีกา 2635/2527ฎีกา 16561/2557ฎีกา 1510/2520ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1250/2517ฎีกา 6196/2537ฎีกา 5628/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา