⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5399/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5399/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับอายุความแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรคสาม ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดจากผู้กระทำผิดทางอาญาที่ศาลพิพากษาลงโทษถึงที่สุดแล้วก่อนฟ้องคดีแพ่งเท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

การนับอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคสอง กำหนดไว้โดยอาศัยสิทธิเรื่องอายุความที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรคสาม นั้น มีได้เฉพาะในกรณีที่โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายในมูลละเมิดจากผู้กระทำผิดทางอาญาซึ่งศาลพิพากษาลงโทษจน คดีถึงที่สุดไปแล้วก่อนที่ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งเท่านั้น มิได้หมายความถึงการเรียกร้องจากผู้อื่นซึ่งมิได้เป็นผู้กระทำผิดหรือร่วมกระทำผิดทางอาญาด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.51 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์ของนายเอกชัย เจริญเขษมสุข ทำให้รถยนต์ของนายเอกชัยได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท โจทก์ชำระค่าซ่อมรถยนต์ให้แก่นายเอกชัยแล้ว จำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับช่วงสิทธิของนายเอกชัย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจรับช่วงสิทธิจากนายเอกชัยเพราะโจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายที่จะชดใช้ค่าเสียหายแก่นายเอกชัย จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นฝ่ายประมาทและคดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์จะอาศัยสิทธิเรื่องอายุความที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๑วรรคสาม ได้เฉพาะในกรณีที่โจทก์เรียกร้องค่าเสียหายในมูลละเมิดจากผู้กระทำผิดทางอาญาซึ่งศาลพิพากษาลงโทษจนคดีถึงที่สุดไปแล้วก่อนที่ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่ง จึงให้นัอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ วรรคสอง กำหนดไว้เท่านั้น มาตราดังกล่าวนี้มิได้หมายความถึงผู้อื่นซึ่งมิได้เป็นผู้กระทำผิดหรือร่วมกระทำผิดทางอาญาด้วย ดังนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ในฐานะเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ จึงมิใช่เป็นการฟ้องผู้กระทำผิดหรือร่วมกระทำผิดทางอาญาต้องนับอายุความตามมาตรา ๔๔๘ วรรคหนึ่ง คือ ๑ ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ เมื่อเกิน ๑ ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ จึงขาดอายุความ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5399/2533 บริษัทโตโยต้านครปฐม ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โจทก์ นายเพ็ง ครุฑธา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทโตโยต้านครปฐม ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด · จำเลย - นายเพ็ง ครุฑธา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นางสาวสมสุข ธีระกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ รอดหิรัญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 4300/2543ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 6560/2555ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา