คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5429/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีลิขสิทธิ์ที่อ้างสิทธิในต่างประเทศ ต้องบรรยายให้ชัดเจนว่าประเทศไทยเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง และกฎหมายของประเทศนั้นให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยด้วย จึงจะถือว่าฟ้องชอบด้วยกฎหมาย.
ย่อคำพิพากษา
คดีความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่าภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นนิติบุคคลในเมืองฮ่องกงอันเป็นดินแดนในอารักขาของประเทศสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ และเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรมทำ ณ กรุงเบอร์น เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 1886 ซึ่งได้แก้ไขณ กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 1908 และสำเร็จบริบูรณ์ด้วยโปรโตคลเพิ่มเติม ลงนาม ณ กรุงเบอร์น เมื่อวันที่20 มีนาคม ค.ศ. 1914 โดยกฎหมายเมืองฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าว แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า ประเทศไทยเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าวและกฎหมายฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยด้วย ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความสำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์ตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการฟ้องคดีอาญา จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521และขอให้สั่งให้ตลับแถบ บันทึกภาพและเสียงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 47 เมื่อไม่ได้ความว่าภาพยนตร์ตามฟ้องเป็นงานมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับความคุ้มครอง จึงต้องคืนของกลางแก่เจ้าของ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.42 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.44 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ม.47 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑มาตรา ๔, ๒๔, ๒๕, ๒๗, ๔๓, ๔๔, ๔๗ พระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๓, ๔ ขอให้ศาลสั่งให้ตลับแถบบันทึกภาพและเสียงของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และนับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๘๖๕/๒๕๒๘, ๒๘๗๘/๒๕๒๘ และ๒๘๙๔/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้น
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น บริษัทเอเซียเทเลวิชั่น จำกัดผู้เสียหายโดยนายสุจริต ถนอมสิงห์ ผู้รับมอบอำนาจยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๒๗, ๔๔ วรรคสอง ลงโทษปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ตลับแถบบันทึกภาพและเสียงของกลางตกเป็นของโจทก์ร่วม ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ยกคำขอให้นับโทษต่อ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๔๒ บัญญัติว่า "งานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมายของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย และกฎหมายของประเทศนั้นได้ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกันแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าวหรืองานอันมีลิขสิทธิ์ขององค์การระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยร่วมเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา" โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า ภาพยนต์ตามฟ้องทั้งสองเรื่องเป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม ซึ่งเป็นนิติบุคคลในเมืองฮ่องกงซึ่งเป็นดินแดนในอารักขาของประเทศสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ และเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม ทำ ณ กรุงเบอร์น เมื่อเดือนกันยายนค.ศ.๑๘๘๖ ซึ่งได้แก้ไข ณ กรุงเบอร์ลิน เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายนค.ศ.๑๙๐๘ และสำเร็จบริบูรณ์ด้วยโปรโตคลเพิ่มเติม ลงนาม ณ กรุงเบอร์นเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๑๔ โดยมีกฎหมายของฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของภาคีอื่น ๆ แห่งอนุสัญญาดังกล่าวแต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า ประเทศไทยเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาดังกล่าวและกฎหมายฮ่องกงให้ความคุ้มครองแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของประเทศไทยด้วย ฟ้องโจทก์จึงขาดข้อความสำคัญที่จะแสดงให้เห็นว่าภาพยนต์ทั้งสองเรื่องตามฟ้องมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการฟ้องคดีอาญาในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวด้วยงานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายต่างประเทศ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์มิได้สั่งเรื่อง ตลับแถบบันทึกภาพและเสียงของกลางนั้น เห็นว่า ของกลางดังกล่าวไม่ได้ความว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ที่ได้รับความคุ้มครองเช่นนี้ จึงต้องคืนเจ้าของ
พิพากษายืน คืนตลับแถบบันทึกภาพและเสียงของกลางให้แก่จำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5429/2533
พนักงานอัยการ จังหวัดเชียงใหม่ โจทก์
บริษัทเอเซียเทเลวิชั่น จำกัด โจทก์ร่วม
นายสมชาย พิเชษฐ์พันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดเชียงใหม่ · โจทก์ร่วม - บริษัทเอเซียเทเลวิชั่น จำกัด · จำเลย - นายสมชาย พิเชษฐ์พันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา