⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5564/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5564/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยซึ่งผู้ตายยกให้แต่กลับนำสืบว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณะ ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานนอกข้อต่อสู้ในคำให้การและนอกประเด็นพิพาทที่ศาลกำหนดไว้ ไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบ ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยเป็นข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ไม่ได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาและเป็นผู้จัดการมรดกของนายพุฒหมวกเพ็ชร์ ผู้ตาย จำเลยซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายขัดขวางการจัดการมรดกและเข้าครอบครองที่ดิน ส.ค.๑ และบ้านพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดก ขอให้บังคับจำเลยมิให้ขัดขวางการจัดการแบ่งทรัพย์มรดก และให้จำเลยออกจากที่ดินและบ้านพิพาท จำเลยให้การว่า ผู้ตายยกที่ดินและบ้านพิพาทให้แก่จำเลยก่อนตายจำเลยครอบครองมาโดยตลอด โจทก์ไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยขัดขวางโจทก์ในการจัดการแบ่งปันทรัพย์ดังกล่าว จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของผู้ตายซึ่งมิได้ยกให้แก่จำเลย จึงเป็นมรดกของผู้ตาย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นที่สาธารณะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น เห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยซึ่งได้มาโดยผู้ตายยกให้ แต่จำเลยกลับนำสืบว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณะ เช่นนี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินพิพาทจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่นั้น จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานนอกข้อต่อสู้ในคำให้การและนอกประเด็นพิพาทที่ศาลกำหนดไว้ไม่เกี่ยวกับที่คู่ความจะต้องนำสืบ ศาลจะรับฟังมาวินิจฉัยเป็นข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒(๕) ไม่ได้เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๗ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5564/2533 นางจำเริญ หมวกเพ็ชร์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของ นายพุฒ หมวกเพ็ชร์ โจทก์ นายสุนทร หมวกเพ็ชร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความในฐานะผู้จัดการมรดกของ - นางจำเริญ หมวกเพ็ชร์ · โจทก์ - นายพุฒ หมวกเพ็ชร์ · จำเลย - นายสุนทร หมวกเพ็ชร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา ธนานันท์ · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2307/2518ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา