⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5614/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5614/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ลูกหนี้หมดอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับทรัพย์สินของตน และไม่มีอำนาจร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์สินของตนเอง.

ย่อคำพิพากษา

ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 เมื่อลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้ย่อมหมดอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของตนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในชั้นพิจารณาหรือชั้นบังคับคดี เนื่องจากกฎหมายบัญญัติให้อำนาจดังกล่าวตกเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว การที่จำเลยซึ่งถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์สินของตนในคดีนี้ ถือได้ว่าเป็นการต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินอย่างหนึ่งตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 22(3) จำเลยหามีอำนาจที่จะร้องคัดค้านการขายทอดตลาดเข้ามาด้วยตนเองไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จากตามคำพิพากษาตามยอม ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๓๐ ศาลแพ่งธนบุรีได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ ๓ เด็ดขาดครั้นวันที่ ๑๗กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ ๓ ให้โจทก์ จำเลยที่ ๓จึงยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ว่า การขายทอดตลาดครั้งนี้เป็นไปโดยมิชอบ ขอให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินรายนี้ใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เมื่อจำเลยที่ ๓ ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิที่จะจัดการทรัพย์สินของตน เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเข้าดำเนินการแทนจึงให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ ๓ เพียงข้อเดียวว่า เมื่อจำเลยที่ ๓ ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วจำเลยที่ ๓ จะมีอำนาจร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๓ ในคดีนี้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ บัญญัติว่า "เมื่อศาลพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้วเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้ (๑) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป (๒) เก็บรวบรวมและรับเงิน หรือทรัพย์สินที่จะตกได้แก่ลูกหนี้หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่น (๓) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ จากบทกฎหมายดังกล่าวเห็นได้ว่า เมื่อลูกหนี้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ลูกหนี้ย่อมหมดอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นในชั้นพิจารณาหรือชั้นบังคับคดี เนื่องจากกฎหมายบัญญัติให้อำนาจดังกล่าวตกเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว การที่จำเลยที่ ๓ ร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์สินของตนในคดีนี้ถือได้ว่าเป็นการต่อสู้คดีเกี่ยวกับทรัพย์สินอย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓มาตรา ๒๒(๓) ซึ่งตกเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวแล้ว จำเลยที่ ๓ หามีอำนาจที่จะร้องคัดค้านการขายทอดตลาดเข้ามาด้วยตนเองไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5614/2533 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ บริษัทสหสยามพัฒนา จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · จำเลย - บริษัทสหสยามพัฒนา จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพ็ง เพ็งนิติ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5209/2566ฎีกา 578/2550ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 374/2534ฎีกา 6605/2550ฎีกา 662/2525ฎีกา 4851/2545ฎีกา 3781/2545ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555ฎีกา 437/2508ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 1636/2534ฎีกา 5219/2534ฎีกา 241/2499ฎีกา 5768/2534ฎีกา 8337/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา