คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5640/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของผู้อื่นจะอ้างได้ต่อเมื่อภยันตรายนั้นเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย.
ย่อคำพิพากษา
ภริยาจำเลยกับผู้เสียหายสมัครใจทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน มิใช่เป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย จำเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่า การที่จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของภริยาจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68
ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน มีดปลายแหลมที่จำเลยใช้ทั้งด้ามยาวถึง 1 ฟุต อาจใช้แทงประทุษร้ายถึงตายได้ จำเลยเลือกแทงตรงอวัยวะสำคัญและแทงโดยแรง ผู้เสียหายได้รับบาดแผลยาว 2 เซนติเมตรกว้าง 1 เซนติเมตร ลึกทะลุเยื่อบุ ช่องท้องอาจทำให้ถึงตายได้จำเลยจะแทงซ้ำอีก แต่มีผู้วิ่งมาถึงที่เกิดเหตุเสียก่อนจำเลยจึงวิ่งหนีไป เช่นนี้ ถือว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลมยาว ๑ ฟุต เป็นอาวุธแทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ๑ ที โดยเจตนาฆ่า คมมีดถูกด้านหลังของผู้เสียหาย จำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่ไม่บรรลุผลเนื่องจากแพทย์รักษาผู้เสียหายได้ทัน ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๒๘๘
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ให้จำคุก ๑๐ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสามคงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่าเมื่อผู้เสียหายกับนางนวลภริยาจำเลยทะเลาะตบตีกันล้มลงผู้เสียหายขึ้นนั่งคร่อมนางนวล จำเลยใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ ๑ ฟุตแทงที่ลำตัวผู้เสียหายด้านหลังแถบซ้าย ๑ ที จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตามกฎหมายและจำเลยเจตนาเพียงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเท่านั้นไม่มีเจตนาฆ่า เห็นว่านางนวลภริยาจำเลยกับผู้เสียหายสมัครใจทะเลาะวิวาททำ้ายร่างกายซึ่งกันและกันมิใช่เป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่าการที่จำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของนางนวลภริยาจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ ส่วนปัญหาว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายหรือไม่นั้น เห็นว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวันมีดปลายแหลมที่จำเลยใช้ยาวทั้งด้ามถึง ๑ ฟุต อาจใช้แทงประทุษร้ายถึงตายได้ จำเลยเลือกแทงตรงอวัยวะสำคัญและแทงโดยแรงผู้เสียหายได้รับบาดแผลยาว ๒ เซนติเมตร กว้าง ๑ เซนติเมตรลึกทะลุเยื่อบุช่องท้อง ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจบาดแผลผู้เสียหายเบิกความว่าบาดแผลดังกล่าวอาจทำให้ถึงตายได้ นอกจากนั้นนายสุรชัยและนายอำนวยก็ยังเบิกความด้วยว่าจำเลยจะแทงซ้ำอีก แต่พยานวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุเสียก่อน จำเลยจึงวิ่งหนีไป เช่นนี้ คดีฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5640/2533
พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
นายขวัญ กล่ำแสง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายขวัญ กล่ำแสง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · อุดม มั่งมีดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา