⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5812/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5812/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลเป็นเพียงผู้ยื่นคำขอประทานบัตร ยังไม่มีสิทธิครอบครองแร่ในพื้นที่ และไม่มีอำนาจฟ้องผู้ที่เข้ามาขุดแร่ในพื้นที่ดังกล่าว.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเพียงผู้ยื่นคำขอประทานบัตรเท่านั้น ซึ่งอธิบดีมีอำนาจสั่งยกคำขอประทานบัตรเสียได้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเข้าไปกระทำการใด ๆ แก่พื้นที่และไม่มีสิทธิครอบครอง แร่ที่มีอยู่ในเขตพื้นที่ตามคำขอยังเป็นสมบัติของรัฐอยู่ ถ้ามีผู้มาขุดแร่ต้องถือว่ารัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.4 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.43 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ดีบุกซึ่งกรมทรัพยากรธรณีได้รังวัดกำหนดเขตคำขอประทานบัตร และประกาศไปแล้ว โจทก์มีสิทธิเข้าไปยึดถือครอบครองและห้ามมิให้ผู้ใดเข้าทำลายหรือทำให้เสื่อมสถาพ และโจทก์มีสิทธิที่จะได้ประทานบัตรก่อนบุคคลอื่น จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ กระทำการในทางการที่จ้าง กับจำเลยที่ ๒ ในฐานะส่วนตัวและตัวแทนของจำเลยที่ ๓ ได้ควบคุมและสั่งการให้คนงานบุกรุกเข้ามาในเขตพื้นที่คำขอประทานบัตรของโจทก์ แล้วขุดกระสะแร่บริเวณที่มีสิน แร่อุดมสมบูรณ์ไป เนื้อที่ที่เหลือเป็นบริเวณที่มีแร่น้อยไม่สามารถเหมืองแร่ในเชิงพาณิชย์ ขอให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหาย ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างหรือพนักงานของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ ไม่เคยมอบหมายให้ผู้อื่นกระทำการตามที่โจทก์ฟ้องโจทก์ไม่ใช่ผู้ที่ได้รับความเสียหายตามพระราชบัญญัติแร่ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองแร่แต่ยังมิได้รับประทานบัตร ระหว่างดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่มีผู้มาขุดแร่ในพื้นที่คำขอประทานบัตร ปัญหาว่าโจทก์จะมีอำนาจฟ้องผู้เข้ามาขุดแร่ได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๔๓ บัญญัติว่า"ห้ามมิให้ผู้ใดทำเหมืองในที่ใดไม่ว่าที่ซึ่งทำเหมืองนั้นจะเป็นสิทธิของบุคคลใดหรือไม่เว้นแต่จะได้รับประทานบัตรชั่วคราวหรือประทานบัตร" และมาตรา ๔ บัญญัติว่า "ทำเหมือง" หมายความว่าการกระทำแก่พื้นที่ไม่ว่าจะเป็นที่บกหรือที่น้ำเพื่อให้ได้มาซึ่งแร่ฯลฯ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์เป็นเพียงผู้ยื่นคำขอประทานบัตรเท่านั้นซึ่งอธิบดีมีอำนาจสั่งยกคำขอประทานบัตรเสียได้ตามมาตรา ๔๗ โจทก์ยังไม่มีสิทธิเข้าไปกระทำการใด ๆ แก้พื้นที่และไม่มีสิทธิครอบครองแร่ที่มีอยู่ในเขตพื้นที่ตามคำขอยังเป็นสมบัติของรัฐอยู่ ถ้ามีผู้มีขุดแร่ต้องถือว่ารัฐเป็นผู้เสียหายโดยตรง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5812/2533 บริษัทอวนินทร์ จำกัด โจทก์ นายประสิทธิ์ ตันติเวชกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอวนินทร์ จำกัด · จำเลย - นายประสิทธิ์ ตันติเวชกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี · วิชัย ตันติกุลานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง · ศาลอุทธรณ์ - นายอุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา