คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5907/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อการกระทำของลูกจ้างเป็นทั้งละเมิดและผิดสัญญาจ้างแรงงาน นายจ้างย่อมมีสิทธิเลือกฟ้องได้ สิทธิเรียกร้องอันเกิดจากการผิดสัญญาจ้างแรงงานและสัญญาค้ำประกันที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นพิเศษ ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164
ย่อคำพิพากษา
เมื่อการกระทำของลูกจ้างเป็นทั้งละเมิดและผิดสัญญาจ้างแรงงาน นายจ้างย่อมมีสิทธิเลือกฟ้องได้ สิทธิเรียกร้องอันเกิดจากการผิดสัญญาจ้างแรงงาน ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้เป็นพิเศษ ดังนั้น ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164 โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันลูกจ้างรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้ ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี ๒๕๐๙ จำเลยยอมตนเข้าค้ำประกันการทำงานของนายเล็กหากนายเล็กทำความเสียหายต่อโจทก์ในระหว่างทำงานจำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ในปี ๒๕๒๐นายเล็กได้ทำความเสียหายเป็นเงิน ๑๗,๙๘๖.๓๗ บาท จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้โจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า การกระทำของนายเล็กเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ต้องฟ้องจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันภายในอายุความ ๑ ปี นับแต่นายเล็กออกจากงาน ปี ๒๕๒๐ คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๗,๙๘๖.๓๗ บาทพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า จำเลยกับนายสมรวยร่วมกันทำสัญญาค้ำประกันในการที่นายเล็กเข้าทำงานเป็นพนักงานของโจทก์ ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมายจ.๒ ปัจจุบันนายสมรวยถึงแก่กรรมแล้ว เมื่อปี ๒๕๑๙ ติดต่อกันมาถึงต้นปี ๒๕๒๐ นายเล็กได้ทุจริตต่อหน้าที่ โดยต่อกระแสไฟตรงและสับเปลี่ยนมาตรวัดไฟฟ้าให้ผู้ใช้ไฟฟ้าโดยพลการ เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้ไฟฟ้าแล้วนำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว จดหน่วยการใช้กระแสไฟฟ้าไม่ตรงต่อความเป็นจริงรับจ่ายเครื่องมือไปใช้แล้วไม่ส่งคืน ทำให้โจทก์ไม่ได้รับชำระค่าไฟฟ้าและเสียหายรวมเป็นเงิน๑๗,๙๘๖.๒๗ บาท นายเล็กยอมรับสารภาพ โจทก์ได้ไล่นายเล็กออกจากงานตั้งแต่วันที่ ๒๘ เมษายน๒๕๒๐ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๑๙ โจทก์ไม่ได้ฟ้องนายเล็กเป็นคดีอาญาหรือคดีแพ่งจากข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าโจทก์ทราบว่านายเล็กกระทำความผิดตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ ติดต่อกันมาถึงต้นปี๒๕๒๐ การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฟ้องโจทก์ได้บรรยายการกระทำของนายเล็กว่าทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายทั้งโดยการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและไม่ชอบด้วยระเบียบปฏิบัติของโจทก์ ซึ่งในกรณีเช่นนี้โจทก์ในฐานะนายจ้างมีสิทธิที่จะเลือกฟ้องนายเล็กผู้เป็นลูกจ้างให้รับผิดต่อโจทก์ได้ทั้งตามสัญญาจ้างแรงงานและในมูลละเมิด สำหรับสิทธิเรียกร้องอันเกิดจากการผิดสัญญาจ้างแรงงานนั้นกฎหมายมิได้กำหนดอายุความไว้เป็นพิเศษ จึงต้องใช้อายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๖๔ และตาามคำฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้ จึงต้องใช้อายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5907/2533
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โจทก์
นายวิเชียร กระแจะจันทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค · จำเลย - นายวิเชียร กระแจะจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสาธร ชิณเครือ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด ไตรโสรัจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา