⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6000/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6000/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเกี่ยวกับสัญชาติแล้ว ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้พิจารณาพิสูจน์สัญชาติได้ โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องได้ยื่นคำขอพิสูจน์สัญชาติไทยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองแล้วพนักงานเจ้าหน้า ที่มีคำสั่งประการใดแล้วถ้าผู้ร้องไม่พอใจ ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาได้เพราะผู้ร้องได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 57 โดยถูกต้องแล้วไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นคนสัญชาติไทย เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ ที่จังหวัดพิจิตร ต่อมาบิดาผู้ร้องได้ส่งผู้ร้องไปเรียนหนังสือที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน แล้วเกิดสงครามไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ จนกระทั่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย ผู้ร้องจึงเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๒๔ แล้วยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติว่าผู้มีสัญชาติไทย แต่พนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองยกคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าผู้ร้องเป็นคนสัญชาติไทย ผู้คัดค้านยื่นคำคำค้านว่า ผู้ร้องเป็นคนต่างด้าวเชื้อชาติจีนสัญชาติจีน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้ ๙๐ วัน ระหว่างนั้นผู้ร้องยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติพนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองไม่เชื่อว่าผู้ร้องเป็นคนสัญชาติไทย จึงสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้สิทธิทางศาล และมิใช่เรื่องการโต้แย้งสิทธิของผู้มีสัญชาติไทยผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาล ผู้ร้องชอบที่จะฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาท ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ผู้ร้องมีสัญชาติไทยมีสิทธิอยู่ในประเทศไทยได้ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่ผู้คัดค้านฎีกาว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่นคำร้องในคดีนี้ หากผู้ร้องถูกโต้แย้งสิทธิ ผู้ร้องก็ชอบที่จะฟ้องผู้โต้แย้งสิทธิโดยตรงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗ บัญญัติให้ผู้ที่จะพิสูจน์ว่าตนมีสัญชาติไทยยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อนเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งประการใดแล้ว ถ้าผู้นั้นไม่พอใจคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่จะร้องขอให้ศาลพิจารณาก็ได้ คดีนี้ได้ความว่าผู้ร้องยื่นคำขอพิสูจน์สัญชาติไทยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมือง กรมตำรวจแล้ว กรมตำรวจสั่งยกคำขอของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเป็นคดีนี้ได้ แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องเกิดในประเทศไทยและมีสัญชาติไทย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6000/2533 นายสมพงษ์ หรือ นายยูชุน แซ่เจ็ง หรือ บุญอิ่ม ผู้ร้อง พนักงานอัยการ กรมอัยการ ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายสมพงษ์ หรือ นายยูชุน แซ่เจ็ง หรือ บุญอิ่ม · ผู้คัดค้าน - พนักงานอัยการ กรมอัยการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยงยุทธ ธารีสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1187/2539ฎีกา 1844/2530ฎีกา 1651/2534ฎีกา 5834/2537ฎีกา 1091/2529ฎีกา 2246/2535ฎีกา 472/2525ฎีกา 4176/2529ฎีกา 4316/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา