⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 776/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทายาทโดยธรรมมีสิทธิได้รับมรดกเป็นหุ้นของผู้ตาย และหุ้นมรดกหลายหุ้นสามารถแบ่งแยกให้ทายาทแต่ละคนถือหุ้นได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 เป็นภริยา โจทก์ที่ 2 เป็นบุตรผู้เยาว์ของผู้ตายโจทก์ทั้งสองต่างเป็นทายาทโดยธรรม ซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกเป็นส่วนแบ่งหุ้นของผู้ตายในบริษัทจำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1599, 1600, 1629(1), 1629 วรรคท้าย และ 1635(1) การที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยลงทะเบียนให้โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดแต่ผู้เดียวไม่แบ่งหุ้นมรดกให้แก่โจทก์ที่ 2 ถือได้ว่าโจทก์ที่ 1 มารดาผู้ใช้อำนาจปกครองเอาประโยชน์จากกิจการและประโยชน์นั้นขัดกับประโยชน์ของโจทก์ที่ 2 ผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574, 1575 ตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1118หมายถึงหุ้นจำนวนหุ้นเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้ ถ้ามีหลายคนเป็นเจ้าของหุ้นหุ้นเดียว ต้องให้คนใดคนหนึ่งใช้สิทธิแต่คนเดียวในฐานะผู้ถือหุ้น แต่กรณีที่หุ้นมรดกมีจำนวน 500 หุ้น จึงอาจแบ่งระหว่างโจทก์ที่ 1 กับโจทก์ที่ 2 แยกกันถือหุ้นได้ โจทก์ที่ 1จึงจะอ้างสิทธิตามมาตรานี้โดยขอใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นเพียงผู้เดียวในหุ้นทั้งหมดไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1574 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1575 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1629 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1635

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นภริยา และโจทก์ที่ ๒ เป็นบุตรของนายเกรียงศักดิ์หรือกิ้มสุย ตรีวรพันธ์หรือแซ่ตี๋ ผู้ตาย ซึ่งถือหุ้นในบริษัทจำเลยจำนวน ๕๐๐ หุ้น ตั้งแต่เลขที่ ๑ ถึงที่ ๕๐๐ผู้ตายถึงแก่ความตาย หุ้นของผู้ตายจึงตกเป็นของโจทก์ทั้งสองโจทก์ที่ ๑ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ที่ ๒ ขอใช้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในฐานะเป็นผู้ถือหุ้น ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนและจดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของโจทก์ลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยให้แก่โจทก์ที่ ๑ จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ฟ้องขอให้ลงชื่อโจทก์ที่ ๑แต่ผู้เดียวในทะเบียนผู้ถือหุ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล เป็นการทำนิติกรรมซึ่งตนมีส่วนได้เสียขัดต่อประโยชน์ของโจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้เยาว์ เป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย หุ้นพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเหี้ยง ตรีวรพันธ์ โดยการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมายแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนและจดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของโจทก์ทั้งสองลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยสำหรับหุ้นเลขที่ ๑ ถึง ๕๐๐ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรับเฉพาะโจทก์ที่ ๑ลงทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นของผู้ตาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยมีหน้าที่ต้องลงทะเบียนโอนหุ้นทั้งหมดของผู้ตายให้แก่โจทก์ที่ ๑ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์ที่ ๒ ก็เป็นทายาทในกองมรดกของผู้ตายอีกคนหนึ่งเป็นการบังคับให้จำเลยปฏิบัติสิ่งที่กระทบกระเทือนสิทธิของโจทก์ที่ ๒ อยู่ในตัว และเท่ากับโจทก์ที่ ๑ขอรับกรรมสิทธิ์ในหุ้นทั้งหมดเป็นของโจทก์ที่ ๑ แต่เพียงผู้เดียวนั้น เห็นว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นภริยา โจทก์ที่ ๒ เป็นบุตรผู้เยาว์ของผู้ตาย โจทก์ทั้งสองต่างเป็นทายาทโดยธรรม ซึ่งมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งหุ้นของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๙๙,๑๖๐๐, ๑๖๒๙(๑), ๑๖๒๙ วรรคท้าย และ ๑๖๓๕(๑) ดังนั้น ตามคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยลงทะเบียนให้โจทก์ที่ ๑ เพียงผู้เดียวเป็นผู้ถือหุ้นทั้ง ๕๐๐ หุ้น เท่ากับขอให้โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของหุ้นทั้งหมดแต่ผู้เดียวไม่แบ่งหุ้นมรดกให้แก่โจทก์ที่ ๒ บุตรผู้เยาว์ถือได้ว่าโจทก์ที่ ๑ มารดาผู้ใช้อำนาจปกครองเอาประโยชน์จากกิจการและประโยชน์นั้นขัดกับประโยชน์ของโจทก์ที่ ๒ ผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๗๔, ๑๕๗๕ส่วนที่โจทก์ที่ ๑ อ้างสิทธิตามมาตรา ๑๑๑๘ โดยขอใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นเพียงผู้เดียวในหุ้นทั้งหมดนั้นเห็นว่า ตามมาตราดังกล่าวหมายถึงหุ้นจำนวนหุ้นเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้ ถ้ามีหลายคนเป็นเจ้าของหุ้นหุ้นเดียวนั้น ต้องให้คนใดคนหนึ่งใช้สิทธิแต่คนเดียวในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นกรณีนี้หุ้นมรดกมีจำนวน ๕๐๐ หุ้น มีหมายเลขหุ้นตั้งแต่หมายเลข ๑ ถึง ๕๐๐ จึงอาจแบ่งระหว่างโจทก์ที่ ๑ กับโจทก์ที่ ๒ แยกกันถือหุ้นได้ แต่โจทก์ทั้งสองไม่ได้นำสืบว่าโจทก์แต่ละคนมีสิทธิในหุ้นมรดกนั้นเท่าใด จึงไม่อาจแบ่งหุ้นอันเป็นมรดกให้แก่โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ ด้วยเหตุดังกล่าว ศาลจึงไม่อาจพิพากษาตามคำขอของโจทก์ในชั้นนี้ได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ทั้งสองที่จะฟ้องใหม่ภายในอายุความ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2533 นางนิตยา ตรีวรพันธ์ กับพวก โจทก์ บริษัทนครบริการขนส่ง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนิตยา ตรีวรพันธ์ กับพวก · จำเลย - บริษัทนครบริการขนส่ง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายอภิรัตน์ ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2114/2524ฎีกา 406/2510ฎีกา 2241/2521ฎีกา 621/2519ฎีกา 3208/2538ฎีกา 943/2513ฎีกา 1415/2540ฎีกา 453/2521ฎีกา 2947/2560ฎีกา 1368/2510ฎีกา 3760/2533ฎีกา 7706/2548ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1390/2506ฎีกา 1937/2526ฎีกา 58/2531ฎีกา 6350/2541ฎีกา 1249/2493ฎีกา 372/2519ฎีกา 3011/2543ฎีกา 3259/2525ฎีกา 953/2505ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา